LATEST

การแจ้งเกิดลูก

พ่อแม่มือใหม่ต้องรู้ “การแจ้งเกิดลูก” ต้องทำอะไรบ้าง

พ่อแม่มือใหม่ต้องรู้ “การแจ้งเกิดลูก” ต้องทำอะไรบ้าง หลังจากคลอดลูกแล้ว สิ่งสำคัญต่อไปที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องทำก็คือ การแจ้งเกิดลูก แม้ว่าปัจจุบันนี้หลายโรงพยาบาลจะมีบริการแจ้งเกิดให้ก็ตาม แต่บางครั้งเราอาจไม่สะดวก หรืออาจไม่ได้คลอดที่โรงพยาบาล เราจึงต้องดำเนินการแจ้งเกิดลูกด้วยตัวเองค่ะ วันนี้ Cotton Baby จึงได้รวบรวมข้อมูลมาบอกว่าจะต้องเตรียมเอกสารในแต่ละกรณีอย่างไรบ้าง พร้อมแล้วไปดูกันเลยค่ะ 1. แจ้งเกิดลูก กรณีเกิดที่โรงพยาบาล สถานพยาบาล หรือสถานีอนามัย พ่อแม่ต้องทำเรื่องแจ้งเกิดให้เบบี๋ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกเกิด โดยใช้เอกสารดังนี้ เอกสารที่ต้องใช้ในการแจ้งเกิดลูก หนังสือรับรองการเกิด (ท.ร.๑/๑) ที่ออกโดยสถานพยาบาล บัตรประจำตัวประชาชนของคุณพ่อและคุณแม่ บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ที่มาแจ้งเกิด หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจมาดำเนินเรื่องแทน สำเนาทะเบียนบ้าน เพื่อเพิ่มชื่อของลูกเข้าไป สถานที่แจ้งเกิดลูก ถ้าสถานที่ที่เด็กเกิดตั้งอยู่ในเขตเทศบาล สามารถแจ้งเกิดได้ที่สำนักงานเขตในพื้นที่ที่เด็กเกิด ถ้าสถานที่ที่เด็กเกิดตั้งอยู่นอกเขต สามารถแจ้งเกิดได้ที่สำนักทะเบียน ที่ว่าการอำเภอ ที่ตั้งอยู่ในเขตท้องที่นั้น 2. แจ้งเกิดลูก กรณีเกิดที่บ้าน หากลูกของเราเกิดที่บ้าน ต้องแจ้งเกิดภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกเกิด โดยใช้เอกสาร ดังนี้ เอกสารที่ต้องใช้ในการแจ้งเกิดลูก ใบรับแจ้งการเกิด (ท.ร ๑ […]

Mom & Dad

POPULAR

ตารางวัคซีน 2564

อัปเดต ตารางวัคซีน 2564 มีอะไรปรับบ้าง คุณพ่อคุณแม่เช็กด่วน!

อัปเดต ตารางวัคซีน 2564 มีอะไรปรับบ้าง คุณพ่อคุณแม่เช็กด่วน! Cotton Baby ขอชวนคุณพ่อคุณแม่ทุกคนมาอัปเดตตารางวัคซีน 2564 กัน เพราะเรื่องวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิดเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญมาก ๆ เนื่องจากทารกยังมีภูมิคุ้มกันที่ไม่แข็งแรงมากพอ จึงควรได้รับวัคซีนพื้นฐานไปจนถึงอายุ 12 ปี เพื่อเป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และช่วยป้องกันโรคร้ายแรงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ค่ะ ตารางวัคซีน 2564 ทางกระทรวงสาธารณสุขได้จัดให้บริการวัคซีนขั้นพื้นฐาน เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค สําหรับโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนมีให้บริการ 12 โรค คือ วัณโรค ตับอักเสบบี ไอกรน / คอตีบ / บาดทะยัก โปลิโอ ไข้สมองอักเสบเจอี หัด / หัดเยอรมัน / คางทูม มะเร็งปากมดลูกจากเชื้อเอชพีวี วัคซีนรวมป้องกันโรคคอตีบ / บาดทะยัก / ไอกรน / ตับอักเสบบี-ฮิบ (DTP-HB-Hib) และตั้งแต่ปี 2563 กระทรวงสาธารณสุขได้เพิ่มการให้วัคซีนป้องกันโรคลําดับที่ 13 […]

Baby 0-12 Year
อาหารสำหรับเด็ก, ถาดซิลิโคน

ถาดซิลิโคนใส่อาหารสำหรับเด็ก ตัวช่วยให้ลูกทานอาหารง่ายขึ้น

ถาดซิลิโคนใส่อาหารสำหรับเด็ก ตัวช่วยให้ลูกทานอาหารง่ายขึ้น คุณพ่อคุณแม่อาจเคยเจอกับปัญหาเวลาที่ลูกทานข้าวแล้วไม่ยอมทานดี ๆ ทำจานข้าวคว่ำอาหารตกเลอะเทอะ หรือถาดอาหารไม่สะอาดจนลูกน้อยท้องเสีย กว่าลูกจะกินข้าวเสร็จในแต่ละมื้อช่างยาวนานและเหนื่อยมาก ๆ แถมยังต้องมาเก็บกวาดอาหารที่หกอีก วันนี้ Cotton Baby มีตัวช่วยดี ๆ ที่จะทำให้ลูกทานข้าวได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมมาฝากค่ะ เมื่ออายุได้ 3 – 4 เดือน เด็กจะมีพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อมัดเล็กที่พยายามใช้มือหยิบสิ่งของ และเมื่อเข้าเดือน 5-6 จะพัฒนามาหยิบด้วยนิ้วโป้ง หลังจากนั้นจะควบคุมกล้ามเนื้อจนสามารถหยิบจับสิ่งของได้ดีขึ้น พอช่วงอายุ 8-9 เดือน กล้ามเนื้อมัดเล็กของลูกจะพัฒนาและแข็งแรงขึ้น เหมาะสำหรับการเริ่มฝึกลูกให้ทานข้าวเอง หากคุณแม่มีอุปกรณ์เสริมอย่างถาดซิลิโคนและถาดหลุมใส่อาหารสำหรับเด็กก็จะยิ่งช่วยให้ลูกทานอาหารง่ายขึ้นและคุณแม่ก็เตรียมอาหารได้แบบไม่ต้องกังวล มีช่องแบ่งอาหารในขนาดที่คำนวนมาแล้วว่าเหมาะต่อปริมาณที่เด็กควรได้รับ ข้อดีของถาดใส่อาหารสำหรับเด็ก ถาดซิลิโคน สีสันสดใส ช่วยดึงดูดให้ลูกสนใจอาหารมากขึ้น ซิลิโคนดูด ช่วยยึดติดกับโต๊ะ ป้องกันลูกทำจานคว่ำหกเลอะเทอะ เมื่อลูกทานอาหารได้ง่ายขึ้นและเริ่มทานเองได้แล้ว การใช้ถาดซิลิโคนที่ยึดติดกับโต๊ะ ช่วยให้ลูกหยิบ Finger Food ได้สะดวกยิ่งขึ้น อ่านเพิ่มได้ที่ เสริมพัฒนาการลูกด้วย Finger Food และช่วยฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก พัฒนาความเชื่อมโยงระหว่างกล้ามเนื้อและประสาทสัมผัส ช่องแบ่งอาหารที่ใส่ได้ครบทุกหมวดหมู่ มีขนาดหลุมพอดีต่อการทานอาหารของลูก ใช้งานง่าย ทนความร้อน […]

Baby 0-12 Year
ทำความสะอาดบ้าน

รวมทริคทำความสะอาดบ้านให้ปลอดภัยจากเชื้อโรค

กักตัวอยู่บ้านก็ไม่ได้แปลว่าจะปลอดภัยจากเชื้อโรค และไวรัส Covid-19 ได้ 100% นะ เรารวบรวมวิธีทำความสะอาดบ้านให้ปลอดภัยจากเชื้อโรคครบทุกขั้นตอนไว้ที่นี่

Lifestyle Mom & Dad

Mom & Dad

การแจ้งเกิดลูก

พ่อแม่มือใหม่ต้องรู้ “การแจ้งเกิดลูก” ต้องทำอะไรบ้าง

พ่อแม่มือใหม่ต้องรู้ “การแจ้งเกิดลูก” ต้องทำอะไรบ้าง หลังจากคลอดลูกแล้ว สิ่งสำคัญต่อไปที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องทำก็คือ การแจ้งเกิดลูก แม้ว่าปัจจุบันนี้หลายโรงพยาบาลจะมีบริการแจ้งเกิดให้ก็ตาม แต่บางครั้งเราอาจไม่สะดวก หรืออาจไม่ได้คลอดที่โรงพยาบาล เราจึงต้องดำเนินการแจ้งเกิดลูกด้วยตัวเองค่ะ วันนี้ Cotton Baby จึงได้รวบรวมข้อมูลมาบอกว่าจะต้องเตรียมเอกสารในแต่ละกรณีอย่างไรบ้าง พร้อมแล้วไปดูกันเลยค่ะ 1. แจ้งเกิดลูก กรณีเกิดที่โรงพยาบาล สถานพยาบาล หรือสถานีอนามัย พ่อแม่ต้องทำเรื่องแจ้งเกิดให้เบบี๋ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกเกิด โดยใช้เอกสารดังนี้ เอกสารที่ต้องใช้ในการแจ้งเกิดลูก หนังสือรับรองการเกิด (ท.ร.๑/๑) ที่ออกโดยสถานพยาบาล บัตรประจำตัวประชาชนของคุณพ่อและคุณแม่ บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ที่มาแจ้งเกิด หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจมาดำเนินเรื่องแทน สำเนาทะเบียนบ้าน เพื่อเพิ่มชื่อของลูกเข้าไป สถานที่แจ้งเกิดลูก ถ้าสถานที่ที่เด็กเกิดตั้งอยู่ในเขตเทศบาล สามารถแจ้งเกิดได้ที่สำนักงานเขตในพื้นที่ที่เด็กเกิด ถ้าสถานที่ที่เด็กเกิดตั้งอยู่นอกเขต สามารถแจ้งเกิดได้ที่สำนักทะเบียน ที่ว่าการอำเภอ ที่ตั้งอยู่ในเขตท้องที่นั้น 2. แจ้งเกิดลูก กรณีเกิดที่บ้าน หากลูกของเราเกิดที่บ้าน ต้องแจ้งเกิดภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกเกิด โดยใช้เอกสาร ดังนี้ เอกสารที่ต้องใช้ในการแจ้งเกิดลูก ใบรับแจ้งการเกิด (ท.ร ๑ […]

Mom & Dad
NIFTY TEST

แม่ท้องต้องรู้ NIFTY TEST การตรวจหาความผิดปกติของเบบี๋ในครรภ์

แม่ท้องต้องรู้ NIFTY TEST การตรวจหาความผิดปกติของเบบี๋ในครรภ์ คุณแม่ตั้งครรภ์ที่อายุ 35 ปี ขึ้นไป มักมีโอกาสเสี่ยงต่อความผิดปกติของลูกในครรภ์มากขึ้น การตรวจ NIFTY TEST จึงเป็นวิธีตรวจกรองเพื่อหาความผิดปกติของโครโมโซมทารกในครรภ์ของคุณแม่ที่ได้รับความนิยมและได้ประสิทธิภาพสูงสุดในปัจจุบัน Cotton Baby จะพามาทำความรู้จักการตรวจ NIFTY TEST กันว่าคืออะไร แล้วคุณแม่ตั้งครรภ์ทุกคนจำเป็นต้องตรวจ NIFTY TEST หรือไม่ ไปดูกันเลยค่ะ รู้จัก NIFTY TEST คืออะไร? NIFTY TEST (NIFTY: Non-Invasive Fetal Trisomy test) การตรวจนิฟตี้ คือ วิธีการตรวจเพื่อค้นหาลักษณะความผิดปกติของโครโมโซมทารกในครรภ์ของคุณแม่ โดยไม่ต้องเจาะน้ำคร่ำ ซึ่งการเจาะน้ำคร่ำเป็นวิธีเดิมในสมัยก่อนที่ใช้ตรวจก่อนจะเป็น NIFTY TEST ค่ะ การตรวจ NIFTY TEST เป็นการเจาะเลือดของคุณแม่เพียง 10 มิลลิลิตร ในอายุครรภ์ตั้งแต่ 10 – 24 สัปดาห์ มาประเมินโอกาสเสี่ยงที่ทารกในครรภ์จะมีโครโมโซมผิดปกติ […]

Mom & Dad
เท้าบวมหลังคลอด

เคล็ดลับช่วยลดเท้าบวมหลังคลอด ฟื้นฟูร่างกายคุณแม่ให้เป็นปกติ

เคล็ดลับช่วยลดเท้าบวมหลังคลอด ฟื้นฟูร่างกายคุณแม่ให้เป็นปกติ อาการเท้าบวมหลังคลอดของคุณแม่นั้นเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะกับคุณแม่ท้องแรก ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดทั้งระหว่างตั้งครรภ์ และหลังคลอด สำหรับคุณแม่บางคนก็อาจเท้าบวมมากขึ้นเมื่อท้องเข้าสู่ไตรมาสที่ 3 ติดต่อกันมาจนหลังคลอดก็ยังไม่หาย เรามาดูเคล็ดลับที่จะช่วยลดอาการเท้าบวมหลังคลอดนี้กันดีกว่า ว่าสามารถทำอย่างไรให้หายไวขึ้นได้บ้าง เท้าบวมหลังคลอด เกิดจากสาเหตุอะไร? เพราะช่วงหลังคลอดร่างกายของคุณแม่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงเรื่องปริมาณของเหลวและเลือด ทำให้เกิดอาการเท้าบวมหลังคลอดขึ้นได้ ยิ่งในเคสที่ทำการผ่าคลอดจะเกิดเอฟเฟ็กต์ทำให้มีของเหลวมาขังระหว่างเซลล์ แต่ร่างกายจะค่อย ๆ ขับออกมาเอง บวกกับมดลูกที่อยู่ต่ำจนไปกดทับหลอดเลือดทำให้การไหลเวียนไม่สะดวก จึงทำให้เท้าคุณแม่เกิดบวมนั่นเองค่ะ เท้าบวมหลังคลอด จะหายดีได้เมื่อไหร่? อาการเท้าบวมหลังคลอดของคุณแม่จะดีขึ้นได้เองภายใน 1 – 2 สัปดาห์ พร้อมกับมดลูกที่เข้าอู่ รวมถึงอาการของภาวะหลังคลอดทั้งหมดจะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 6 สัปดาห์ หากอาการยังไม่หายภายในระยะเวลานี้ คุณแม่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาความผิดปกตินะคะ แม้ว่าอาการเท้าบวมหลังคลอดจะดีขึ้นได้เองก็ตาม แต่ถ้าเรารู้เคล็ดลับทั้ง 3 ข้อนี้ จะช่วยลดอาการเท้าบวมหลังคลอดให้หายไวขึ้นได้ คุณแม่จะได้คลายกังวล แถมยังได้ฟื้นฟูร่างกายให้กลับมามีพลังเหมือนเดิมอีกด้วยค่ะ 3 เคล็ดลับช่วยลดอาการเท้าบวมหลังคลอดให้หายไวขึ้น 1. ลดเท้าบวมหลังคลอดต้องดื่มน้ำอย่างน้อย 10 แก้ว/วัน คุณแม่ควรดื่มน้ำให้มาก ๆ เพราะจะช่วยขับน้ำที่อยู่ภายในร่างกายออกทางปัสสาวะ แนะนำให้ดื่มอย่างน้อย 10 แก้ว หรือ 2.3 […]

Mom & Dad
เครื่องปั๊มนม

5 เคล็ดลับเลือก เครื่องปั๊มนม ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์คุณแม่

  5 เคล็ดลับเลือก เครื่องปั๊มนม ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์คุณแม่ เครื่องปั๊มนม ตัวช่วยที่คุณแม่หลายคนลังเลว่าจำเป็นไหม ต้องซื้อหรือเปล่า แล้วถ้าจำเป็นต้องใช้จะมีวิธีเลือกเครื่องปั๊มนมอย่างไรให้ตอบโจทย์และคุ้มค่าที่สุด เพราะหากเลือกเครื่องปั๊มนมผิดชีวิตคุณแม่เปลี่ยนแน่นอนค่ะ ทาง Cotton Baby มีเคล็ดลับการเลือกเครื่องปั๊มนมมาบอกว่าควรเลือกยังไงให้คุ้มค่าและเหมาะกับคุณแม่ที่สุด รับรองว่าซื้อครั้งเดียวไม่พลาดแน่นอน เครื่องปั๊มนม จำเป็นไหม ? “เครื่องปั๊มนม จำเป็นไหม?” หากเป็นคุณแม่ full time อยู่บ้านกับลูกตลอดเวลา อาจไม่จำเป็นที่ต้องมีเครื่องปั๊มนมก็ได้ การปั๊มนมอาจเพิ่มความยุ่งยากให้ด้วยซ้ำ เพราะไหนจะต้องปั๊ม เก็บ แช่ถุงเก็บน้ำนม แถมยังมีค่าใช้จ่ายอื่นตามมาอีกด้วย แต่ในกรณีที่คุณแม่ต้องกลับไปทำงาน เครื่องปั๊มนมมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากคุณแม่มีเวลาจำกัด เครื่องปั๊มนมจึงเป็นตัวช่วยสำคัญในการให้นมลูก เมื่อคุณแม่ทราบแล้วว่าเราจำเป็นต้องมีเครื่องปั๊มนม สิ่งต่อไปที่ต้องคำนึงถึงก็คือ เครื่องปั๊มนมแบบไหนเหมาะกับเรามากที่สุด โดยอิงจากการใช้งานและความต้องการเป็นหลัก ซึ่งเราได้รวบรวม 5 ข้อควรพิจารณาก่อนเลือกซื้อเครื่องปั๊มนมมาให้แล้วค่ะ 5 ข้อหลักเลือกเครื่องปั๊มนมให้เหมาะกับคุณแม่ 1. ขนาดของเครื่องปั๊มนม การเลือกขนาดของเครื่องปั๊มนมให้คุณแม่อิงจากชีวิตประจำเป็นหลัก หากคุณแม่มีงานประจำจะต้องพกเครื่องปั๊มนมไปปั๊มที่ทำงานด้วยวันละ 3 ครั้ง เป็นอย่างน้อย ขนาดของเครื่องปั๊มนมจึงมีความสำคัญในการเคลื่อนย้าย หากมีขนาดใหญ่เกินไปก็จะเคลื่อนย้ายลำบาก 2. ประสิทธิภาพของเครื่องปั๊มนม สิ่งสำคัญของเครื่องปั๊มนมจะต้องมีแรงปั๊มและรอบดูดที่คล้ายกับการดูดของทารกที่สุด […]

Mom & Dad
นมแม่

ประโยชน์ล้ำค่าจาก ‘นมแม่’ ที่ลูกน้อยควรได้รับตั้งแต่แรกเกิด

ประโยชน์ล้ำค่าจาก ‘นมแม่’ ที่ลูกน้อยควรได้รับตั้งแต่แรกเกิด น้ำนมแม่เปรียบเสมือนวัคซีนเข็มแรกของลูกน้อย เพราะในน้ำนมแม่มีสารอาหารเป็นประโยชน์ที่จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกเติบโตอย่างแข็งแรงสมบูรณ์ แต่สารอาหารในน้ำนมแม่นั้นมีการเปลี่ยนแปลงผ่านกระบวนการสร้างน้ำนมในร่างกายอยู่ตลอด สำหรับคุณแม่ที่ตั้งใจว่าจะให้นมลูกเองจำเป็นต้องรู้ว่าสารอาหารในน้ำนมแม่ของแต่ละระยะว่ามีความสำคัญแค่ไหน หากพลาดไปลูกน้อยก็จะไม่ได้สารอาหารที่ควรได้รับ 3 ระยะของน้ำนมแม่ แหล่งคุณประโยชน์ที่ลูกควรได้รับ การให้ลูกน้อยรับน้ำนมแม่นอกจากจะต้องให้ตั้งแต่แรกเกิดต่อเนื่องไปจนถึงอายุ 2 ขวบแล้ว ในน้ำนมแม่แต่ละระยะยังให้สารอาหารช่วยสร้างภูมิคุ้มกันของลูกที่ยังไม่สมบูรณ์ได้แตกต่างกัน เรามาดูกันดีกว่าว่าในน้ำนมแม่ทั้ง 3 ระยะนี้มีประโยชน์ต่อลูกน้อยอย่างไรบ้าง นมแม่ระยะที่ 1 เป็นหัวน้ำนม (Colostrum) น้ำนมแม่ระยะแรกจะสร้างขึ้นช่วง 1-3 วันหลังคลอดเท่านั้น นมแม่ในช่วงนี้คือ ‘น้ำนมเหลือง’ หรือ ‘หัวน้ำนม’ เป็นน้ำนมที่อุดมสมบูรณ์มาก เต็มไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตด้านสมองและการมองเห็นของลูกน้อย เช่น Immunoglobulin (IgA), Lactoferrin (แล็กโทเฟอร์ริน), เซลล์เม็ดเลือดขาว และโปรตีนต่าง ๆ ช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกันร่างกายลูกตั้งแต่แรกเกิด ถือเป็นสารอาหารที่สร้างภูมิต้านทานที่ดีให้ลูกมากที่สุด ปริมาณแร่ธาตุและวิตามินต่าง ๆ เช่น โซเดียม คลอไรด์ แมกนีเซียม ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรง การเจริญเติบโตด้านสมอง และการมองเห็นของลูก หัวน้ำนมยังมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ เพื่อให้ลูกขับถ่ายขี้เทาออกมา ลดโอกาสอาการตัวเหลืองที่อาจเกิดขึ้นได้ […]

Mom & Dad
ครรภ์เป็นพิษ

ครรภ์เป็นพิษ ภาวะอันตรายที่คุณแม่ต้องระวัง พร้อมวิธีสังเกตอาการ

ครรภ์เป็นพิษ ภาวะอันตรายที่คุณแม่ต้องระวัง พร้อมวิธีสังเกตอาการ คุณแม่ตั้งครรภ์ทุกคนล้วนต้องการให้ลูกในครรภ์มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง แต่คุณแม่จำนวนไม่น้อยเลยที่เสี่ยงต่อ “ครรภ์เป็นพิษ” ภาวะแทรกซ้อนของการตั้งครรภ์ที่อันตราย คุณแม่ตั้งครรภ์จึงจำเป็นต้องรู้ว่าตัวเองเสี่ยงต่อภาวะครรภ์เป็นพิษหรือไม่ หมั่นคอยสังเกตอาการตัวเองอยู่เสมอ หากเข้าข่ายมีความเสี่ยงหรือมีสัญญาณเตือนบางอย่างจะได้รับมือกับครรภ์เป็นพิษได้ทันเวลานะคะ รู้จักภาวะครรภ์เป็นพิษ ครรภ์เป็นพิษ (ในทางการแพทย์อาจเรียกว่า ความดันโลหิตสูงในสตรีตั้งครรภ์ หรือ ภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์) คือ ภาวะแทรกซ้อนของการตั้งครรภ์ที่เป็นอันตราย ซึ่งยังไม่มีสาเหตุที่แน่ชัดว่าครรภ์เป็นพิษเกิดจากอะไรกันแน่ อาจมีสาเหตุมาจากสิ่งเหล่านี้ได้ ความผิดปกติของรก ทำให้มีสารบางชนิดไปกระตุ้นให้หลอดเลือดหดตัวอย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดความดันโลหิตสูงกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท มีภาวะโปรตีนหรือไข่ขาวรั่วออกมาปะปนอยู่ในปัสสาวะ ไตทำงานผิดปกติ ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันหรือฮอร์โมนต่อมไร้ท่อบางตัว กรรมพันธุ์ คุณแม่ที่มีโอกาสเสี่ยงต่อภาวะครรภ์เป็นพิษ หากมีประวัติตามข้อดังกล่าวนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงโอกาสในการเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษได้ คุณแม่มีโรคอ้วน เส้นเลือดไม่ค่อยดี ทำให้เกิดภาวะหัวใจตีบได้ง่าย ตั้งครรภ์ตอนอายุน้อยกว่า 18 ปี หรืออายุ 35 ปี ขึ้นไป ระยะห่างของการตั้งครรภ์ ห่างจาก ครรภ์ก่อนหน้า มากกว่า 10 ปี ตั้งครรภ์แฝด หรือมากกว่า 1 คน ตั้งครรภ์ครั้งแรก มีกรรมพันธุ์ หรือคนในครอบครัวเคยเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ มีโรคประจำตัว […]

Mom & Dad

Baby 0-12 Year

ตารางวัคซีน 2564

อัปเดต ตารางวัคซีน 2564 มีอะไรปรับบ้าง คุณพ่อคุณแม่เช็กด่วน!

อัปเดต ตารางวัคซีน 2564 มีอะไรปรับบ้าง คุณพ่อคุณแม่เช็กด่วน! Cotton Baby ขอชวนคุณพ่อคุณแม่ทุกคนมาอัปเดตตารางวัคซีน 2564 กัน เพราะเรื่องวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิดเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญมาก ๆ เนื่องจากทารกยังมีภูมิคุ้มกันที่ไม่แข็งแรงมากพอ จึงควรได้รับวัคซีนพื้นฐานไปจนถึงอายุ 12 ปี เพื่อเป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และช่วยป้องกันโรคร้ายแรงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ค่ะ ตารางวัคซีน 2564 ทางกระทรวงสาธารณสุขได้จัดให้บริการวัคซีนขั้นพื้นฐาน เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค สําหรับโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนมีให้บริการ 12 โรค คือ วัณโรค ตับอักเสบบี ไอกรน / คอตีบ / บาดทะยัก โปลิโอ ไข้สมองอักเสบเจอี หัด / หัดเยอรมัน / คางทูม มะเร็งปากมดลูกจากเชื้อเอชพีวี วัคซีนรวมป้องกันโรคคอตีบ / บาดทะยัก / ไอกรน / ตับอักเสบบี-ฮิบ (DTP-HB-Hib) และตั้งแต่ปี 2563 กระทรวงสาธารณสุขได้เพิ่มการให้วัคซีนป้องกันโรคลําดับที่ 13 […]

Baby 0-12 Year