ลูกขี้อาย

5 วิธีเปลี่ยนจาก “เด็กขี้อาย”
ให้กลายเป็น “เด็กกล้าแสดงออก”

เมื่อลูกเริ่มโตขึ้น จะเริ่มมีการสื่อสารพูดคุย เมื่อเวลาอยู่กับครอบครัวมักไม่ค่อยเจอปัญหาเรื่องนี้สักเท่าไหร่ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ออกมาข้างนอก พบปะผู้คน กลับเปิดสวิตซ์ตัวเองให้เป็นเด็กขี้อายขึ้นมาซะอย่างนั้น เพียงแค่การทักทายญาติ หรือเพื่อนวัยเดียวกัน ยังไม่ยอมอ้าปากพูดเลยด้วยซ้ำ พอเริ่มบังคับ หรือเซ้าซี้มากขึ้น ลูกก็เริ่มมีอาการงอแงขึ้นมา ทำให้คุณพ่อคุณแม่อย่างเราเป็นกังวล และเป็นห่วงลูกในเวลาเดียวกันว่าเขาจะเข้ากับคนอื่นไม่ได้ หรือไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับคนอื่น ถ้าหากไม่มีผู้ปกครองคอยอยู่ข้าง ๆ ซึ่งพฤติกรรมที่ลูกขี้อาย ไม่ควรนิ่งนอนใจ คุณพ่อคุณแม่ต้องเตรียมตัวเพื่อช่วยเหลือให้ลูกกล้าแสดงออก และมีความมั่นใจในตัวเองตามวัยของเขา ด้วย 5 วิธีที่เรานำมาเสนอนี้ ตามไปดูพร้อม ๆ กันเลย

เปลี่ยนเด็กขี้อาย ให้กลายเป็นเด็กกล้าแสดงออก

เด็กขี้อาย

1.ให้ลูกลองเลือกเสื้อผ้าใส่เอง เพราะลูกขี้อายจะไม่กล้าตัดสินใจ

ลองเริ่มจากอะไรง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน อย่างการให้ลูกเลือกเสื้อผ้าที่จะใส่เอง ให้เขาได้ตัดสินใจเองว่าวันนี้จะใส่ชุดไหน หรือหาโอกาสวันที่จะออกไปเที่ยวข้างนอก เช่น วันนี้จะออกไปสวนสนุก ลองให้เลือกชุดที่เขาอยากใส่ ซึ่งจะช่วยให้ลูกสามารถตัดสินใจเรื่องอื่น ๆ ในอนาคตได้ง่ายขึ้น เมื่อเวลาออกไปเจอผู้คน ลูกจะกล้าแสดงออก เรื่องใกล้ตัวแบบนี้นี่แหละ ที่จะเปลี่ยนจากเด็กขี้อายให้กล้าแสดงออกขึ้นมาได้

เด็กขี้อาย

2.พาลูกออกไปเจอโลกกว้าง เพื่อให้เกิดความมั่นใจ

เมื่อลูกเป็นเด็กขี้อาย จำเป็นอย่างมากที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องพาเขาออกไปเจอสังคมข้างนอก ที่นอกเหนือจากคนรู้จักในครอบครัว หรือญาติพี่น้อง เพื่อเป็นการให้ลูกได้เจอกับผู้คน และสังคมใหม่ ๆ เปิดโลกทัศน์ ให้สัมผัสกับสิ่งแวดล้อมที่แปลกตา นอกจากนี้ยังได้ทำความรู้จักกับคนอื่น ให้มีความคุ้นเคย มั่นใจ ไม่กลัว และไม่เขินอาย เมื่อถึงเวลาต้องเจอกับคนแปลกหน้า แต่ควรระวัง คนที่เราพาลูกไปเจอ ควรเป็นคนที่น่าไว้ใจและปลอดภัย เพียงเท่านี้เด็กขี้อายในอ้อมอกของคุณพ่อคุณแม่ก็จะได้เห็นสังคมที่กว้าง และกล้าแสดงออกมากขึ้นแล้ว

เด็กขี้อาย

3.สอนให้ลูกแนะนำตัวเอง เวลาเจอคนแปลกหน้า

เวลาที่เด็กขี้อายเจอกับคนแปลกหน้า เขาจะรู้สึกทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะต้องพูดคุยอะไร ฉะนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรสอนให้ลูกแนะนำตัวเอง เป็นประโยคสั้น ๆ เอาไว้ก่อน เช่น กล่าวคำทักทาย ‘สวัสดีครับ / ค่ะ’, แนะนำตัวเอง ‘หนู / ผม ชื่อ… อายุ… ครับ / ค่ะ’ เป็นต้น เพื่อเป็นการฝึกและเตรียมตัวให้ลูก เมื่อเจอกับคนแปลกหน้าเขาจะได้รู้ว่าควรพูดอะไร แต่ในกรณีที่ลูกขี้อายมาก ยังทำไม่ได้ในครั้งแรก ไม่ต้องเป็นกังวลไป เพราะเด็กต้องใช้เวลาในการปรับตัว เมื่อเขาคุ้นเคยมากขึ้น ก็จะเริ่มชินและกล้าแสดงออกขึ้นเอง

เด็กขี้อาย

4.จัดหาพื้นที่แสดงความสามารถให้ลูก

ลองสังเกตจากพฤติกรรมของลูกดูว่า ชอบทำกิจกรรมอะไร หรือมีความสนใจเรื่องอะไรเป็นพิเศษ เช่น ถ้าลูกชอบขีดเขียน วาดภาพ อาจจะลองหาคอร์สเรียนศิลปะ ให้เขาได้ออกไปเจอสังคมแห่งการเรียนรู้ ทั้งคุณครู และเพื่อนวัยเดียวกัน ปล่อยให้ลูกได้แสดงตัวตนกับสิ่งที่เขาชอบ จะช่วยให้ลูกปรับตัวได้เร็วขึ้น จากเด็กขี้อายกลายเป็นเด็กกล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออก และสามารถพูดคุยกับคนรอบข้างได้เก่งมากขึ้นอีกด้วย

เด็กขี้อาย

5.หลีกเลี่ยงการจ้องหน้าจอที่มีแสงสว่าง

การจ้องหน้าจออย่าง โทรศัพท์ โทรทัศน์ รวมถึงจอแท็บเล็ต อาจส่งผลทำให้เด็กหมกมุ่นอยู่แต่กับหน้าจอ ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้าง ไม่สามารถปรับตัวหรือเข้าสังคมกับผู้อื่นได้ จากที่ลูกเป็นเด็กขี้อายอยู่แล้ว ก็จะยิ่งทำให้กลายเป็นเด็กที่ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ขี้อาย ไม่กล้าแสดงออก และถ้าหากยิ่งปล่อยปะละเลย จะทำให้มีผลกระทบต่ออุปนิสัย และมีอารมณ์หงุดหงิดง่ายได้อีกด้วย

คุณพ่อคุณแม่เป็นพื้นฐานครอบครัวที่มีความสำคัญ เป็นผู้ช่วยที่ดีที่สุดสำหรับลูก ในการเสริมสร้างความมั่นใจ ให้เขากล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออก การที่เราจะเปลี่ยนลูกจากที่เขาเป็นเด็กขี้อาย ให้กลายเป็นเด็กกล้าแสดงออก ต้องใช้เวลาและการปรับตัว ผู้ปกครองต้องใจเย็น เข้าใจ และพร้อมอยู่เคียงข้างลูกเสมอ ลองปรับจากเรื่องง่าย ๆ ในชีวิตประจำวันก่อน แล้วค่อย ๆ ปิดสวิตซ์ความเป็นเด็กขี้อายของลูกลง

SHARE

RELATED POSTS

พ่อแม่รังแกฉัน ทำร้ายลูกโดยไม่รู้ตัวที่ส่งผลเสียถึงอนาคต “พ่อแม่รังแกฉัน” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงลูกที่ถูกพ่อแม่ทุบตีทำร้ายร่างกาย…
คุณแม่เพิ่งคลอดน้องต้องอ่าน! รู้มั้ยว่าการกินของแม่ส่งผลต่อลูกน้อย มาเช็กลิสต์อาหารสำหรับแม่หลังคลอดกันหน่อย อันไหนทานได้…
ประเทศญี่ปุ่นขึ้นชื่อว่ามีความซื่อสัตย์มากที่สุดในโลก ตามไปดูกันว่า… คนญี่ปุ่นเขามีวิธีเลี้ยงลูก และสอนลูกให้ซื่อสัตย์แบบนี้ได้อย่างไร…