FingerFood

ฝึกลูกกินข้าวเองให้เป็น

เสริมพัฒนาการด้วย Finger Food

คุณพ่อคุณแม่หลายคนคงไม่คุ้นเคยกับคำว่า Finger Food ใช่ไหม? อาหารประเภทนี้เพิ่งเริ่มเข้ามามีบทบาทในการเสริมพัฒนาการให้เด็กเล็กเมื่อไม่นานมานี้ คนที่รู้จัก Finger Food ส่วนใหญ่มักเป็นคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ที่รู้จักผ่านกลุ่ม หรือเพจใน Facebook ส่วนคุณพ่อคุณแม่คนไหนที่ยังไม่รู้จัก Finger Food วันนี้ Cotton Baby จะพาไปทำความรู้จักให้มากขึ้นเอง

อะไรคือ Finger Food?

FingerFood

Finger Food คือ อาหารรูปแบบแท่งที่เจ้าหนูสามารถหยิบจับขึ้นมากินได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องมีใครป้อนหรือช่วยพยุงมือ คุณพ่อคุณแม่สามารถฝึกลูกกินข้าวเองด้วยเทคนิค Finger Food เมื่อลูกอายุ 8 เดือนขึ้นไป เด็กในวัยนี้มักสนุกกับการหยิบสิ่งของเข้าปาก เพราะฉะนั้นการใช้ Finger Food ในการฝึกลูกกินข้าวเอง จะช่วยเสริมทักษะ เพิ่มพัฒนาการพร้อมความสนุกให้เด็ก ๆ ได้อย่างดี

Finger Food ที่เหมาะกับเจ้าหนู ควรเป็นแบบไหน?

FingerFood

โดยทั่วไปคุณหมอจะแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ฝึกลูกกินข้าวเองตั้งแต่เด็ก ๆ เลือกอาหารที่กินง่าย กลืนง่าย ไม่ใหญ่ไป เด็กจะได้ไม่สำลัก ซึ่ง Finger Food ตอบโจทย์มากที่สุด แต่ในการเสริมพัฒนาการและฝึกลูกกินข้าวเองโดยใช้ Finger Food นั้นก็มีข้อจำกัดเช่นกัน เพราะอาหารชนิดนี้เด็กจำเป็นต้องหยิบเข้าปากเอง ดังนั้นจึงควรเป็นสิ่งที่

  • ไม่แข็งเกินไป Finger Food ที่ดีไม่ควรเป็นอาหารที่แข็งเกินไป เนื่องจากฟันของเจ้าหนูยังไม่แข็งแรงพอ ควรเป็นอาหารที่นุ่มหรือกัดแล้วละลายในปาก เช่น ฟักทองนึ่ง, มันต้มหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ เป็นต้น
  • ไม่ใหญ่เกินไป การทำ Finger Food ควรมีความกว้าง และความยาวเท่านิ้วก้อยของผู้ใหญ่ ควรเป็นแท่งที่เป็นเนื้อเดียวกัน เช่น แครอทต้ม, ขนมปังแผ่น เป็นต้น
  • ย่อยง่าย ระบบย่อยอาหารของเด็กเล็กวัยนี้อาจยังเติบโตไม่เต็มที่ การฝึกลูกกินข้าวเองด้วยเทคนิค Finger Food จึงต้องเป็นอาหารที่ย่อยง่าย เพื่อให้เด็กกินได้ง่ายขึ้น เช่น มะละกอสุก หรือแอปเปิล
  • กินง่าย หากเจ้าหนูของคุณเป็นคนกินยาก แนะนำให้ทำ Finger Food ด้วยอาหารโปรดของน้องเลย เช่น เส้นพาสต้าลวกจนนิ่ม, เนื้อไก่ชิ้นเล็ก หรือไข่ต้มพอดีคำ
  • ไม่ปรุงรส Finger Food ที่ดีไม่ควรปรุงรสชาติ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กติดรสอย่างใดอย่างหนึ่งจนเกินไป หรือหากเป็นซุปผัก หรือซุปที่มีคุณค่าทางสารอาหารได้จะดีมาก *แต่ก็อย่าลืมว่าไม่ควรปรุงรสชาติจัดเกินไปค่ะ*

3 วัตถุดิบที่ Finger Food ต้องมี

FingerFood

เป็น 3 วัตถุดิบหลักที่ Finger Food ขาดไม่ได้เลยค่ะ และที่สำคัญคุณพ่อคุณแม่ต้องบด หรือปั่นส่วนประกอบต่าง ๆ ให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันด้วย เวลาน้องจิ้มจะได้ไม่แยกส่วนจะช่วยให้ลูกทานง่ายขึ้น

  • ผัก : ฟักทอง มันเทศสีม่วง แครอท ถั่วฝักยาวกรีดเม็ดออก มันฝรั่ง แตงกวา
  • ผลไม้ : กล้วย แตงโม มะละกอ แคนตาลูป ชมพู่
  • ขนม : ขนมกล้วย ขนมตาล ขนมผิง คุกกี้เนื้อนิ่ม

ประโยชน์ของ Finger Food?

FingerFood

เมื่อลูกมีพัฒนาการที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงวัยที่สามารถหยิบจับสิ่งของได้แล้ว การที่คุณพ่อคุณแม่เลือกใช้ Finger Food ในการฝึกลูกกินข้าวเองนั้นจะช่วยให้เด็กมีกล้ามเนื้อมัดเล็กที่แขนเพิ่มมากขึ้น นอกจากนั้นยังเป็นการบริหารฟันทุกซี่รวมถึงฟันกรามและเหงือก เป็นการกระตุ้นประสิทธิภาพการทำงานของฟันกรามด้วย เพราะการฝึกลูกกินข้าวเองโดยใช้ Finger Food จะช่วยให้ฟันกรามได้ทำงาน ช่วยลดปัญหาฟันกรามผิดรูปได้ในอนาคต

แม้ว่าลูกจะอยู่ในวัยที่สามารถหยิบจับอาหารกินเองได้แล้ว คุณพ่อคุณแม่ต้องนั่งอยู่ใกล้ ๆ เจ้าหนูตลอดเวลา ไม่ให้คลาดสายตา หากต้องฝึกลูกกินข้าวเองด้วย Finger Food และหมั่นสังเกตพัฒนาการของเจ้าหนูเพื่อปรับเปลี่ยน Finger Food ให้ได้คุณประโยชน์ตามช่วงวัย พร้อมศึกษาการปฐมพยาบาลเบื้องต้นในการช่วยลูกน้อยสำลักมาก่อน เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหนูด้วยค่ะ และสำหรับบ้านไหนที่กำลังเจอปัญหา ลูกกินยาก ลองนำวิธีเหล่านี้ไปใช้กันดูได้ รับมือกับ ‘ลูกกินยาก’ ปัญหายอดฮิตที่พ่อแม่ต้องเจอ

SHARE

RELATED POSTS

ถาดซิลิโคนใส่อาหารสำหรับเด็ก ตัวช่วยให้ลูกทานอาหารง่ายขึ้น คุณพ่อคุณแม่อาจเคยเจอกับปัญหาเวลาที่ลูกทานข้าวแล้วไม่ยอมทานดี ๆ…
เปิดเพลงให้ลูกฟัง ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านสมองได้ เพราะลูกฟังทุกเสียงได้ตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ แล้วเสียงดนตรีแบบไหนเหมาะกับวัยของลูก…
มาทำความรู้จักกับข้อดีของแป้งโดว์ หรือ Playdough ของเล่นเสริมสร้างพัฒนาการและจินตนาการให้กับลูกน้อยที่แสนจะมีประโยชน์ให้ลึกยิ่งขึ้น…
คุณพ่อคุณแม่รู้รึเปล่าว่าสัตว์เลี้ยงไม่ได้มีไว้แค่แก้เหงานะ เพราะมันยังช่วยส่งเสริมพัฒนาการเด็กให้ดีขึ้นในหลายด้านอีกด้วย…
เสียงดนตรี ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการรอบด้านให้ลูกน้อย หากคุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกเริ่มเรียนดนตรี แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นตอนอายุเท่าไหร่…