พ่อแม่รังแกฉัน

พ่อแม่รังแกฉัน ทำร้ายลูกโดยไม่รู้ตัวที่ส่งผลเสียถึงอนาคต

“พ่อแม่รังแกฉัน” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงลูกที่ถูกพ่อแม่ทุบตีทำร้ายร่างกาย แต่เป็นการเลี้ยงดูลูกในแบบที่ผิดจนส่งผลเสียไปถึงอนาคตของเด็ก หากคุณอยู่ในฐานะพ่อแม่ มาลองอ่านบทความนี้เพื่อศึกษาแนวทางการเลี้ยงลูกกันเถอะ จะได้ระวังไม่ให้เกิดพฤติกรรม พ่อแม่รังแกฉัน โดยไม่รู้ตัว

การทำร้ายลูกตัวเองโดยที่พ่อแม่ไม่รู้ตัว อาจเกิดมาจากความรักและความหวังดีที่อยากจะดูแลลูกให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ บางครั้งก็หลงลืมการสอนด้วยเหตุผลและความถูกต้องไปบ้าง จนทำให้เกิดเป็นการสปอยล์ลูกในทางที่ผิด ฉะนั้น การเลี้ยงลูกในแบบที่พ่อแม่คิดว่าดีที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่ดีต่อลูกเสมอไป มาเช็กแต่ละพฤติกรรมกันดีกว่าว่าคุณกำลังเข้าข่าย พ่อแม่รังแกฉัน อยู่หรือเปล่า

สำรวจ 6 พฤติกรรม นี่แหละที่เรียกว่า “พ่อแม่รังแกฉัน”

พ่อแม่รังแกฉันในแบบ “รักและปกป้องลูกมากเกินไป”

พ่อแม่รังแกฉันในแบบ “รักและปกป้องลูกมากเกินไป”

การเลี้ยงดูลูกเหมือน ไข่ในหิน ไม่ยอมให้ลูกเจอกับโลกภายนอก ไม่ยอมให้ห่างจากสายตาเพราะกลัวลูกจะเป็นอันตราย ลูกจึงไม่เคยตัดสินใจอะไรด้วยตัวเอง พฤติกรรมของพ่อแม่แบบนี้ส่งผลให้ลูกมีทักษะในการช่วยเหลือตัวเองช้า การพัฒนาไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีความมั่นใจในตัวเองนั้นจึงมีน้อยมากเพราะไม่เคยตัดสินใจอะไรด้วยตัวเอง

พ่อแม่รังแกฉันด้วยการ “ตามใจมากเกินไป”

พ่อแม่รังแกฉันด้วยการ “ตามใจมากเกินไป”

พ่อแม่ที่เลี้ยงดูลูกแบบตามใจทุกอย่าง ลูกต้องการสิ่งใดขอให้บอก พ่อแม่จะคอยหามาให้ โดยไม่เคยสอนลูกด้วยเหตุผลว่าสิ่งไหนผิด สิ่งไหนถูก และปล่อยให้เขาทำตามใจตัวเอง ส่งผลให้เมื่อลูกได้ออกไปเจอสังคมภายนอกจะทำให้เขาอยู่ร่วมกับคนอื่นได้ยาก การที่ลูกถูกเลี้ยงมาแบบตามใจ ลูกไม่สามารถปรับตัวเข้ากับคนอื่นได้เลย แถมยังมีความอดทนน้อยเพราะสิ่งที่อยากได้นั้นได้มาแบบง่าย ๆ

พ่อแม่รังแกฉัน บีบบังคับ “เข้มงวด สร้างกฎเกณฑ์ให้ลูกอยู่ในกรอบ”

พ่อแม่รังแกฉัน บีบบังคับ “เข้มงวด สร้างกฎเกณฑ์ให้ลูกอยู่ในกรอบ”

การที่ลูกอยู่ภายใต้กฎระเบียบที่ตั้งไว้ พ่อแม่อาจคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีสำหรับลูก แต่มีงานศึกษาหนึ่งพบว่า การเลี้ยงดูเด็กแบบเข้มงวดเกินไปจะส่งผลเสียต่อพฤติกรรมของเด็ก โดยเด็กที่มาจากครอบครัวเข้มงวดจะมีการปรับตัวให้เข้ากับสังคมได้ยากกว่าเด็กท