เด็กท้องผูกแก้ด้วยโยเกิร์ต

คุณแม่ห้ามพลาด เผยตัวช่วยลดอาการเด็กท้องผูกด้วยโยเกิร์ต

เมื่อเด็กท้องผูก ถ่ายไม่ออก หนึ่งในปัญหาของลูกน้อยที่พ่อแม่ต้องเจอเป็นเรื่องปกติ แต่ต่อไปนี้เราจะมีสุดยอดตัวช่วยบรรเทาอาการท้องผูกให้ลูกแล้วกับ “โยเกิร์ต” ที่มีประโยชน์ทั้งกับผู้ใหญ่และเด็ก ซึ่งพ่อแม่หลายคนอาจกำลังสงสัยกันใช่ไหมคะว่า…ให้ลูกกินโยเกิร์ตได้ไหม อายุเท่าไหร่จึงกินได้ แล้วโยเกิร์ตดีกับลูกหรือเปล่า หมดห่วงได้เลยค่ะเพราะวันนี้ Cotton Baby มีคำตอบมาให้แล้วว่าเมื่อเด็กท้องผูก แก้ได้ด้วยโยเกิร์ตจริงหรือไม่

โยเกิร์ต ดีต่อลูกน้อยยังไงนะ?

นอกจากโยเกิร์ตจะเป็นแหล่งโปรตีนและแคลเซียมแล้ว ยังมีโปรไบโอติกที่ช่วยปรับระบบภูมิคุ้มกันของลำไส้ได้ดี สร้างสมดุลในระบบทางเดินอาหาร ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย ลดอาการท้องผูก และช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกายของลูกได้อีกด้วยค่ะ

เด็กท้องผูก ให้โยเกิร์ตเป็นตัวช่วยบรรเทา รักษาสมดุลของลำไส้ ทำให้ระบบลำไส้ และระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น ลดปัญหาเด็กท้องผูก เพราะในโยเกิร์ตมีจุลินทรีย์ดีอย่าง Lactobacillus และ Streptococcus ซึ่งอาศัยอยู่ในลำไส้ของคนเราอยู่แล้ว

เด็กท้องผูกให้กินโยเกิร์ต

แต่!!! ประโยชน์ชองโยเกิร์ตที่กล่าวไปนั้นจะมีคุณค่าทางโภชนาการต่อเด็กที่มีอายุมากกว่า 6 เดือน เท่านั้น หมายความว่า เด็ก ๆ จะสามารถเริ่มกินโยเกิร์ตได้ก็ต่อเมื่ออายุเกิน 6 เดือนไปแล้ว นั่นเองค่ะ

เด็กท้องผูก ลองให้กินโยเกิร์ตดูสิ

จากคุณค่าทางโภชนาการของโยเกิร์ตคงจะไขข้อสงสัยให้พ่อแม่ได้นะคะ หากเด็กท้องผูกก็สามารถป้อนโยเกิร์ตให้กินได้ แต่มีข้อแม้ว่ารอให้พ้นอายุ 6 เดือนไปก่อน โดยมีข้อแนะนำ ดังนี้ค่ะ

  • ช่วงแรกก่อนจะให้ลูกน้อยกินโยเกิร์ต ให้เริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการลองกินพวกนมอัลมอนด์ดูก่อนก็ได้ค่ะ
  • หลังจากนั้นค่อย ๆ เลื่อนขั้นมากินโยเกิร์ต แนะนำว่าควรเป็นรสธรรมชาติ ป้องกันไม่ให้ติดหวาน และเสี่ยงฟันผุ
  • ป้อนในปริมาณพอเหมาะ ช่วงขวบแรกให้กินครึ่งถ้วยก่อนแล้วค่อย ๆ เพิ่มปริมาณตามอายุไป
เด็กกินโยเกิร์ต

ข้อควรระวังของการให้ลูกกินโยเกิร์ต

  1. เสี่ยงเกิดการแพ้ – ในโยเกิร์ตมักมีส่วนประกอบของน้ำตาลแลคโตส (Lactose) อยู่ เลยสามารถส่งผลให้ลูกน้อยอาจเกิดอาการแพ้ได้ โดยจะแสดงอาการคือ อาเจียน ท้องเสีย ผิวหนังมีผื่นขึ้น ทำให้มีอารมณ์หงุดหงิด ซึ่งเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้ปกติเมื่อเราเริ่มให้ลูกได้ลิ้มลองกินอาหารเมนูใหม่ ๆ คุณแม่ควรจดบันทึกอาหารที่ลูกกินทั้งหมด แล้วลองสังเกตดูว่าอาหารอะไรที่เราสงสัยว่าลูกจะแพ้ ก็ค่อย ๆ งดอาหารนั้นลงทีละอย่างค่ะ หรือไม่ก็ลองทีละอย่าง ให้ห่างกันอย่างน้อย 3 วัน จะช่วยให้สังเกตได้ง่ายขึ้นค่ะ
  1. โยเกิร์ตกับนมวัว – เมื่อโยเกิร์ตเริ่มให้เด็กกินได้เมื่ออายุ 6 เดือน แต่ทำไมนมวัวถึงต้องรอให้ถึง 1 ขวบก่อน เพราะโยเกิร์ตนั้นเสี่ยงต่อการเกิดอาการแพ้น้ำตาลแลคโตสได้น้อยกว่านมวัว ด้วยกระบวนการย่อยสลายและเพาะเลี้ยงทำให้โยเกิร์ตย่อยได้ง่ายกว่า

*แต่หากครอบครัวไม่เคยมีประวัติการแพ้นมหรืออาหารประเภทต่าง ๆ พร้อมกับเริ่มป้อนอาหารแข็งให้ลูกบ้างแล้ว อาจลองผสมนมวัวเข้ากับอาหารดูทีละน้อยก่อนได้ค่ะ แต่ไม่ควรให้ดื่มนมวัวเพียงอย่างเดียว เพราะอย่างไรก็ตามในช่วง 6 เดือนแรก สารอาหารที่สำคัญที่สุดก็ยังคงเป็นนมแม่อยู่ค่ะ

ทริคเลือกโยเกิร์ตให้เหมาะกับลูกน้อย

  • แนะนำให้เลือกโยเกิร์ตสำหรับเด็ก ที่มีไขมันเป็นคุณค่าทางโภชนาการที่สำคัญต่อเด็ก
  • เลือกโยเกิร์ตธรรมชาติจะดีที่สุดค่ะ เพื่อป้องกันไม่ให้ติดหวานและเสี่ยงฟันผุ
  • ดูส่วนผสม ปริมาณน้ำตาล เพราะโยเกิร์ตมักจะมีน้ำตาลสูง
  • สามารถเพิ่มรสชาติหรือสีสันด้วยการใส่ผักหรือผลไม้ลงไป จะดีกว่าพวกโยเกิร์ตรสชาติต่าง ๆ

สรุปแล้ว โยเกิร์ตมีคุณค่าทางโภชนาการที่มีประโยชน์ และสามารถให้ลูกกินได้เมื่ออายุเกิน 6 เดือนไปแล้ว จะช่วยดูแลลำไส้และระบบขับถ่าย หากเด็กท้องผูกก็สามารถบรรเทาอาการด้วยการกินโยเกิร์ตได้นั่นเองค่า

นอกจากเรื่องโยเกิร์ตแล้วหากคุณแม่ยังมีข้อสงสัยระหว่างนมวัวกับนมควายว่าสามารถกินแทนกันได้ไหม เรามีคำตอบมาให้แล้วค่ะ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ ถ้าเด็กแพ้นมวัว กินนมควายแทนได้ไหม?

SHARE

RELATED POSTS

เหตุผลดี ๆ ที่พ่อแม่ควรรู้ของการเลี้ยงลูกให้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้วล่ะค่ะว่าการเลี้ยงลูกเป็นอะไรที่ต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์…
เช็กอาการแพ้ท้องของแม่ตั้งครรภ์ที่ควรรู้ พร้อมวิธีรับมือ คุณแม่ที่กำลังวางแผนมีเจ้าตัวเล็กอยู่คงกำลังคอยสังเกตอาการที่เป็นสัญญาณบอกว่าตั้งครรภ์กันอยู่ใช่ไหมคะ ซึ่ง…