ลดน้ำหนักหลังคลอดแบบไม่ต้องออกกำลังกาย ทำได้จริงไหม? พร้อมวิธีดูแลตัวเองหลังคลอด

ลดน้ำหนักหลังคลอดแบบไม่ต้องออกกำลังกาย ทำได้จริงไหม? พร้อมวิธีดูแลตัวเองหลังคลอด หลังคลอด คุณแม่หลายคนอาจอาจแอบตกใจกับรูปร่างตัวเองอยู่ไม่น้อย เพราะแม้ลูกจะคลอดออกมาแล้ว แต่น้ำหนักกลับไม่ได้ลดลงทันทีอย่างที่คิด บางคนยังมีพุง มีอาการบวมน้ำ หรือรู้สึกว่าหุ่นเปลี่ยนไปมาก จนเริ่มกังวลและอยากรีบลดหุ่นหลังคลอดให้กลับมาเหมือนเดิม แต่จริง ๆ แล้ว ร่างกายของคุณแม่หลังคลอด ต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว และการลดน้ำหนักหลังคลอดก็ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการออกกำลังกายหนักเสมอไป เพราะวิธีลดน้ำหนักหลังคลอดสามารถเริ่มได้ง่าย ๆ จากการดูแลตัวเองหลังคลอดในชีวิตประจำวัน ทั้งเรื่องอาหาร การพักผ่อน การให้นมลูก รวมถึงการปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่ช่วยให้ร่างกายค่อย ๆ ฟื้นตัวและเผาผลาญได้ดีขึ้น Cotton Baby เลยรวมวิธีลดน้ำหนักหลังคลอดและลดพุงหลังคลอดแบบไม่ต้องออกกำลังกาย ที่เน้นความปลอดภัย เหมาะกับคุณแม่มือใหม่ และช่วยให้กลับมาดูแลรูปร่างได้แบบไม่กดดันตัวเองมากเกินไป หลังคลอดน้ำหนักลดกี่กิโล? เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย หลังคลอดทันที น้ำหนักของคุณแม่มักจะลดลงจากน้ำหนักของลูก รก น้ำคร่ำ รวมถึงของเหลวและเลือดที่เสียไประหว่างคลอด โดยเฉลี่ยประมาณ 5-6 กิโลกรัม หลังจากนั้นร่างกายอาจค่อย ๆ ขับน้ำส่วนเกินออกเพิ่มเติม ทำให้น้ำหนักลดลงได้อีกในช่วงหลังคลอดระยะแรก แต่ไม่ได้หมายความว่าน้ำหนักจะกลับมาเท่าก่อนตั้งครรภ์ทันที เพราะร่างกายยังมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน การกักเก็บน้ำ และไขมันสะสมจากช่วงตั้งครรภ์อยู่ คุณแม่หลายคนจึงอาจรู้สึกว่าท้องยังไม่ยุบ มีพุงหลังคลอด หรือรูปร่างยังไม่เข้าที่ […]
มาไขข้อข้องใจกัน! มดลูกคว่ำ ทำให้มีลูกยากจริงหรือ?

มาไขข้อข้องใจกัน! มดลูกคว่ำ ทำให้มีลูกยากจริงหรือ? คุณแม่หลายคนที่กำลังวางแผนจะมีลูกอาจเคยได้ยินว่าภาวะ ‘มดลูกคว่ำ’ เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้คุณแม่มีลูกยาก จนเกิดความกังวล วันนี้เราจะพาเหล่าว่าที่คุณแม่ทุกท่านไปไขข้อข้องใจกันว่ามดลูกคว่ำมีผลต่อการตั้งครรภ์จริงหรือ และคุณแม่ควรทำอย่างไรเพื่อป้องกันปัญหานี้ มดลูกคว่ำคืออะไร? มดลูกคว่ำ (Anteverted Uterus) คือ ภาวะที่มดลูกอยู่ในตำแหน่งที่เอียงคว่ำลงด้านล่างมากกว่าปกติ ซึ่งแตกต่างจากตำแหน่งปกติที่มดลูกมักจะอยู่ตรงกลางหรือเอียงไปด้านหน้าและหลังเล็กน้อย ภาวะมดลูกคว่ำเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นปกติในผู้หญิงถึง 70-75% โดยอาจขึ้นอยู่กับสรีระ พันธุกรรม ประวัติการตั้งครรภ์ หรือปัญหาสุขภาพ นอกจากนี้ ถึงแม้ว่าภาวะมดลูกคว่ำจะไม่ใช่สาเหตุโดยตรงของภาวะมีบุตรยาก แต่นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายของคุณกำลังมีปัญหาสุขภาพที่อาจส่งผลต่อการมีบุตรได้ มดลูกคว่ำทำให้มีลูกยากจริงหรือ? สำหรับคุณแม่ที่เป็นกังวลเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ เราขอบอกเลยว่ามดลูกคว่ำไม่ได้ทำให้คุณแม่มีลูกยากหรือเพิ่มโอกาสการแท้ง โดยจะยังสามารถตั้งครรภ์ได้ตามปกติ เนื่องจากตำแหน่งของมดลูกมักจะไม่ส่งผลต่อความสามารถของอสุจิในการไปถึงไข่ ยกเว้นในบางกรณีที่มดลูกเอียงมากจนมีผลต่อการเดินทางของอสุจิซึ่งเป็นกรณีที่พบได้ยาก โดยสาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้คุณแม่มีบุตรยากมักมาจากปัญหาสุขภาพ เช่น เยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis), เนื้องอกมดลูก (Uterine fibroids), โรคแอชเชอร์แมน (Asherman Syndrome), ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic Ovarian Syndrome: PCOS), เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Adenomyosis) และภาวะมีบุตรยากจากปัจจัยมดลูก (Uterine Factor Infertility) ดังนั้น หากคุณแม่มีข้อกังวลเกี่ยวกับการตั้งครรภ์หรือสุขภาพมดลูก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสม […]
5 เคล็ดลับช่วยดูแล ฟื้นฟู “ผมร่วงหลังคลอด” ให้กลับมาเป็นปกติ

5 เคล็ดลับช่วยดูแล ฟื้นฟู “ผมร่วงหลังคลอด” ให้กลับมาเป็นปกติ ผมร่วงหลังคลอดเป็นอาการปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคุณแม่ลูกอ่อน เนื่องจากตอนตั้งครรภ์ร่างกายจะสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนมากขึ้น ซึ่งมีส่วนทำให้ผมดกดำ สุขภาพดี สำหรับคุณแม่บางคนก็อาจมีหนวดขึ้นบาง ๆ และมีขนบริเวณแขน ขา ขึ้นเยอะกว่าปกติ แต่เมื่อคลอดแล้วฮอร์โมนตัวนี้ก็จะตกลง ทำให้เกิดอาการผมร่วงหลังคลอด เพราะแบบนี้เองปัญหาผมร่วงหลังคลอดจึงเป็นอาการปกติ ไม่สามารถห้ามได้ แต่สิ่งสำคัญก็คือ เราจะดูแลยังไงให้ผมร่วงน้อยที่สุด และทำให้ผมที่ร่วงไปเกิดขึ้นใหม่ในปริมาณเท่าเดิมอีกครั้ง ทาง Cotton Baby มีวิธีดูแล ฟื้นฟู อาการผมร่วงหลังคลอดมาฝากเหล่าคุณแม่กันค่ะ ลดอาการผมร่วงหลังคลอดด้วยการตัดผมสั้น การตัดผมสั้นจะช่วยลดอาการผมร่วงหลังคลอดได้มาก เพราะดูแลง่าย ต้องการสารอาหารน้อยกว่าผมยาว และยังช่วยให้ผมร่วงน้อยลงจากการดึง รั้ง ของโคนผมที่อ่อนแออยู่แล้ว หากไว้ผมยาวจะสังเกตได้เลยว่าแค่จับ สาง หรือหวีผม ก็อาจร่วงติดมือมาได้ง่าย ๆ เลย การตัดผมสั้นจะช่วยลดปัญหาให้คุณแม่ลูกอ่อนไปได้หลายอย่างเลยล่ะค่ะ ทั้งสบายหัว สะดวกต่อการใช้ชีวิต และยังช่วยเรื่องโคนผมอีกด้วย งดใช้สารเคมีและความร้อน ช่วยเรื่องผมร่วงหลังคลอด เชื่อเลยนะคะว่าคุณแม่หลังคลอดจะอยากลุกขึ้นมาทำสวย ไม่ว่าจะเป็นดัดผม ยืดผม ทำสีผมต่าง ๆ ซึ่งการที่หนังศีรษะและเส้นผมโดนความร้อนหรือสารเคมี จะยิ่งทำให้ผมร่วงหลังคลอดร่วงหนักขึ้นไปอีก ควรงดก่อน อย่าเพิ่งทำ […]
ทำไมกอดลูก แล้วไม่มีความสุขเลย ? มารู้จักอาการ Mama Blue กันเถอะ

ทำไมกอดลูก แล้วไม่มีความสุขเลย ? มารู้จักอาการ Mama Blue กันเถอะ คุณแม่ลูกอ่อนอาจกำลังวาดฝันภาพครอบครัวสุดอบอุ่นอยู่ใช่ไหมล่ะ ? แต่ในความจริงคงไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป เพราะอาการ ‘Mama Blue’ หรือ ภาวะอารมณ์เศร้าหลังคลอด ช่วงเวลาที่กอดลูกแล้วควรจะมีความสุข แต่กลับกลายเป็นความเศร้า ความกังวล รวมไปถึงความเครียด หากคุณแม่กำลังเผชิญกับความรู้สึกแบบนี้อยู่ นี่แหละค่ะอาการของ Mama Blue ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคุณแม่ที่เพิ่งคลอดเป็นเรื่องปกติ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องรู้จักกับเจ้าอาการนี้ พร้อมเตรียมตัวรับมือและผ่านมันไปให้ได้กันค่ะ อาการ Mama Blue คืออะไร ? หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำเหล่าว่า ‘Mama Blue’ ‘Baby Blue’ ‘Postpartum Blue’ หรือในชื่อภาษาไทยว่า ‘ภาวะอารมณ์เศร้าหลังคลอด’ ซึ่งทั้งหมดนี้มีความหมายเดียวกัน คือ ความรู้สึกเศร้าที่เกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอด แทนที่จะมีความสุขและตื่นเต้นไปกับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่นี้ จากผลสำรวจทั่วไป พบว่าอาการ Mama Blue จะเกิดขึ้นกับคุณแม่แรกคลอดมากถึง 4 ใน 5 (หรือ 80% จากทั้งหมด) […]
กันไว้ดีกว่าแก้ กับท่าออกกำลังกายป้องกันอาการมดลูกต่ำ

กันไว้ดีกว่าแก้ กับท่าออกกำลังกายป้องกันอาการมดลูกต่ำ หลังจากคลอดลูก คุณแม่หลายคนมักจะเจอปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพต่าง ๆ แต่เรื่องที่มักจะพบเจอบ่อยคือเรื่องของปัญหามดลูกต่ำ วันนี้ Cotton Baby ขอนำเสนอท่าออกกำลังกายที่จะช่วยให้ป้องกันอาการมดลูกต่ำ และยังช่วยให้คุณแม่กลับมามีร่างกายที่กระชับเหมือนเดิมอีกด้วยค่ะ มดลูกต่ำคืออะไร มดลูกต่ำ เป็นหนึ่งในอาการของโรคมดลูกเคลื่อน เกิดจากมดลูกเคลื่อนตัวต่ำลงมาจนถึงปากมดลูก (บางกรณีสามารถออกมาบริเวณช่องคลอดได้) อาการมดลูกต่ำ จะทำให้คุณต้องเข้าห้องน้ำบ่อย ๆ เนื่องจากมดลูกที่อยู่เหนือกระเพราะปัสสาวะ เมื่อเกิดอาการมดลูกต่ำ จะไปกดทับกระเพาะปัสสาวะ จะทำให้ปัสสาวะเล็ดได้ ในเวลาที่หัวเราะ ไอ จาม หรือส่งผลให้ปวดหลัง และประจำเดือนมาผิดปกติได้เช่นกันค่ะ สาเหตุของมดลูกต่ำ หลายคนมองว่าอาการมดลูกต่ำ เป็นสาเหตุมาจากการคลอดลูกเพียงอย่างเดียว ถ้าตนเองยังไม่มีลูกหรืออายุยังน้อย จะไม่มีโอกาสเกิดภาวะนี้ ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดนะคะ อาการมดลูกต่ำสามารถเกิดได้อันเนื่องมาจากหลายสาเหตุดังนี้ค่ะ หลังจากคลอดลูกน้อย แล้วมดลูกไม่เข้าอู่ เนื่องจากกระบังลมหย่อนลงมาดันมดลูก การท้องผูกเป็นประจำ ทำให้แรงดันมดลูกเลื่อนลงต่ำ อุบัติเหตุเกี่ยวกับการกระแทกบริเวณก้น น้ำหนักเกิน ท่าออกกำลังกายป้องกันมดลูกต่ำ การออกกำลังกายป้องกันมดลูกต่ำ มักจะต้องเป็นท่าออกกำลังเน้นบริเวณกระดูกอุ้งเชิงกราน เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับบริเวณนี้ค่ะ การขมิบ การขมิบ คือการเกร็งกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน การบริหารอวัยวะนี้อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้กล้ามเนื้อเชิงอุ้งกรานแข็งแรง และห่างไกลจากอาการมดลูกต่ำค่ะ ขั้นตอนการฝึกกล้ามเนื้อ ทำท่าสบาย ๆ […]
ไขสารพันความข้องใจเกี่ยวกับ น้ำคาวปลา ที่คุณแม่มือใหม่ควรรู้

ไขสารพันความข้องใจเกี่ยวกับ น้ำคาวปลา ที่คุณแม่มือใหม่ควรรู้ คุณแม่มือใหม่ที่ตั้งครรภ์และคลอดเป็นครั้งแรกในชีวิต ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยค่ะที่เราจะมีความกังวล หรือพบว่ามีเรื่องอีกมากที่เรายังไม่รู้ รวมถึง “น้ำคาวปลา” ซึ่งเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงหลังคลอดที่คุณแม่ทุกคนต้องเจอ วันนี้ Cotton Baby จะพาไปทำความรู้จัก พร้อมไขข้อสงสัยต่าง ๆ นา ๆ เกี่ยวกับน้ำคาวปลากันค่ะ น้ำคาวปลา คืออะไร? น้ำคาวปลา คือ ของเหลวที่ถูกขับออกมาจากทางช่องคลอด หลังจากที่คุณแม่คลอดลูกแล้ว โดยในช่วง 2 -3 วันหลังคลอด เยื่อบุโพรงมดลูกที่เกาะตัวหนาขึ้นในขณะตั้งครรภ์จะเริ่มแยกออกเป็น 2 ชั้น ซึ่งชั้นบนจะหลุดออกมาเป็น “น้ำคาวปลา” ส่วนชั้นล่างจะยังยึดติดกับชั้นกล้ามเนื้อมดลูก เพื่อที่จะสร้างเยื่อบุโพรงมดลูกชั้นใหม่ สำหรับการมีรอบประจำเดือนต่อไป ลักษณะของน้ำคาวปลาเป็นแบบไหน? น้ำคาวปลามีลักษณะโดยรวมคล้ายกับประจำเดือน อาจมีกลิ่นเหม็นอับ น้ำคาวปลา ประกอบด้วย เลือด น้ำเหลือง น้ำคร่ำหรือขี้เถ้า น้ำหล่อลื่น เศษเนื้อเยื่อหรือเยื่อบุโพรงมดลูก เศษรก เศษไขที่ติดตามเนื้อตัวของลูก เม็ดเลือดขาว และไขมันที่ยังหลงเหลืออยู่ภายในตัวของคุณแม่ ลักษณะและสีของน้ำคาวปลา อาจแตกต่างกันไปตามระยะของช่วงวันหลังคลอด ชวนสังเกตน้ำคาวปลาแบบไหนผิดปกติ มีกลิ่นเหม็นเน่า ปวดมดลูกมาก […]
พ่อแม่มือใหม่ต้องรู้ “การแจ้งเกิดลูก” ต้องทำอะไรบ้าง

พ่อแม่มือใหม่ต้องรู้ “การแจ้งเกิดลูก” ต้องทำอะไรบ้าง หลังจากคลอดลูกแล้ว สิ่งสำคัญต่อไปที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องทำก็คือ การแจ้งเกิดลูก แม้ว่าปัจจุบันนี้หลายโรงพยาบาลจะมีบริการแจ้งเกิดให้ก็ตาม แต่บางครั้งเราอาจไม่สะดวก หรืออาจไม่ได้คลอดที่โรงพยาบาล เราจึงต้องดำเนินการแจ้งเกิดลูกด้วยตัวเองค่ะ วันนี้ Cotton Baby จึงได้รวบรวมข้อมูลมาบอกว่าจะต้องเตรียมเอกสารในแต่ละกรณีอย่างไรบ้าง พร้อมแล้วไปดูกันเลยค่ะ 1. แจ้งเกิดลูก กรณีเกิดที่โรงพยาบาล สถานพยาบาล หรือสถานีอนามัย พ่อแม่ต้องทำเรื่องแจ้งเกิดให้เบบี๋ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกเกิด โดยใช้เอกสารดังนี้ เอกสารที่ต้องใช้ในการแจ้งเกิดลูก หนังสือรับรองการเกิด (ท.ร.๑/๑) ที่ออกโดยสถานพยาบาล บัตรประจำตัวประชาชนของคุณพ่อและคุณแม่ บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ที่มาแจ้งเกิด หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจมาดำเนินเรื่องแทน สำเนาทะเบียนบ้าน เพื่อเพิ่มชื่อของลูกเข้าไป สถานที่แจ้งเกิดลูก ถ้าสถานที่ที่เด็กเกิดตั้งอยู่ในเขตเทศบาล สามารถแจ้งเกิดได้ที่สำนักงานเขตในพื้นที่ที่เด็กเกิด ถ้าสถานที่ที่เด็กเกิดตั้งอยู่นอกเขต สามารถแจ้งเกิดได้ที่สำนักทะเบียน ที่ว่าการอำเภอ ที่ตั้งอยู่ในเขตท้องที่นั้น 2. แจ้งเกิดลูก กรณีเกิดที่บ้าน หากลูกของเราเกิดที่บ้าน ต้องแจ้งเกิดภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกเกิด โดยใช้เอกสาร ดังนี้ เอกสารที่ต้องใช้ในการแจ้งเกิดลูก ใบรับแจ้งการเกิด (ท.ร ๑ […]
แม่ท้องต้องรู้ NIFTY TEST การตรวจหาความผิดปกติของเบบี๋ในครรภ์

แม่ท้องต้องรู้ NIFTY TEST การตรวจหาความผิดปกติของเบบี๋ในครรภ์ คุณแม่ตั้งครรภ์ที่อายุ 35 ปี ขึ้นไป มักมีโอกาสเสี่ยงต่อความผิดปกติของลูกในครรภ์มากขึ้น การตรวจ NIFTY TEST จึงเป็นวิธีตรวจกรองเพื่อหาความผิดปกติของโครโมโซมทารกในครรภ์ของคุณแม่ที่ได้รับความนิยมและได้ประสิทธิภาพสูงสุดในปัจจุบัน Cotton Baby จะพามาทำความรู้จักการตรวจ NIFTY TEST กันว่าคืออะไร แล้วคุณแม่ตั้งครรภ์ทุกคนจำเป็นต้องตรวจ NIFTY TEST หรือไม่ ไปดูกันเลยค่ะ รู้จัก NIFTY TEST คืออะไร? NIFTY TEST (NIFTY: Non-Invasive Fetal Trisomy test) การตรวจนิฟตี้ คือ วิธีการตรวจเพื่อค้นหาลักษณะความผิดปกติของโครโมโซมทารกในครรภ์ของคุณแม่ โดยไม่ต้องเจาะน้ำคร่ำ ซึ่งการเจาะน้ำคร่ำเป็นวิธีเดิมในสมัยก่อนที่ใช้ตรวจก่อนจะเป็น NIFTY TEST ค่ะ การตรวจ NIFTY TEST เป็นการเจาะเลือดของคุณแม่เพียง 10 มิลลิลิตร ในอายุครรภ์ตั้งแต่ 10 – 24 สัปดาห์ มาประเมินโอกาสเสี่ยงที่ทารกในครรภ์จะมีโครโมโซมผิดปกติ […]
จริงหรือไม่? ไขข้อสงสัยที่โบราณว่าไว้ ลูกติดมือเพราะอุ้มบ่อย

จริงหรือไม่? ไขข้อสงสัยที่โบราณว่าไว้ ลูกติดมือเพราะอุ้มบ่อย หลากหลายคำพูดของผู้ใหญ่ในครอบครัวที่ชอบเตือนว่า “อุ้มลูกบ่อย ๆ เดี๋ยวลูกติดมือเอาหรอก” หรือ “อุ้มบ่อย เด็กจะติดมือ ชอบร้องให้อุ้ม” คุณแม่มือใหม่ได้ยินแบบนี้คงเป็นกังวล ถ้าปล่อยลูกร้องงอแงไว้จะดีกว่าจริงหรือ? วันนี้ Cotton Baby มีคำตอบมาให้แล้วค่ะ ไปดูพร้อมกันเลย จริงหรือไม่? อุ้มบ่อยทำให้ลูกติดมือ คำตอบคือไม่จริงค่ะ จากผลวิจัยบอกว่าการอุ้มลูกช่วง 6 เดือนแรก เป็นการปลอบโยน มอบความรักและความอบอุ่นให้ลูกรู้สึกว่ามีคนคอยดูแลอยู่เคียงข้างเสมอ โดยเฉพาะช่วง 3 เดือนแรก การอุ้มลูกบ่อย ๆ เป็นการสร้างความผูกพันระหว่างคุณแม่กับลูกด้วย เวลาที่เข้าไปอุ้มตอนลูกร้องไห้จะช่วยในเรื่องการพัฒนาด้านอารมณ์ เป็นเด็กเลี้ยงง่าย เมื่อโตขึ้นการร้องไห้ก็จะค่อย ๆ ลดลง และไม่ทำให้ลูกร้องไห้เพื่อเรียกร้องความสนใจด้วยนะคะ ซึ่งการร้องไห้ของทารกในช่วง 6 เดือนแรก เป็นวิธีเดียวที่จะสื่อสารกับพ่อแม่ได้ว่าต้องการอะไร หากเราปล่อยให้ลูกร้องไห้นานเกินไป อาจส่งผลต่อภาวะมั่นคงทางอารมณ์ได้ ทารกแรกเกิดจึงควรได้รับความอบอุ่นจากอ้อมกอดของพ่อแม่ ลูกติดมือ อุ้มจนหลับ แต่พอวางก็ร้องอีก ทำอย่างไรดี? สำหรับในกรณีที่คุณแม่อุ้มลูกจนหลับคามือ พอเราวางเขาลงปุ๊บ ลูกก็ร้องขึ้นมาทันที หากครอบครัวที่มีคนช่วยเลี้ยง อาจให้สลับกันอุ้มได้ แต่ถ้าไม่มีคนคอยช่วยเลี้ยง […]
เคล็ดลับช่วยลดเท้าบวมหลังคลอด ฟื้นฟูร่างกายคุณแม่ให้เป็นปกติ

เคล็ดลับช่วยลดเท้าบวมหลังคลอด ฟื้นฟูร่างกายคุณแม่ให้เป็นปกติ อาการเท้าบวมหลังคลอดของคุณแม่นั้นเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะกับคุณแม่ท้องแรก ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดทั้งระหว่างตั้งครรภ์ และหลังคลอด สำหรับคุณแม่บางคนก็อาจเท้าบวมมากขึ้นเมื่อท้องเข้าสู่ไตรมาสที่ 3 ติดต่อกันมาจนหลังคลอดก็ยังไม่หาย เรามาดูเคล็ดลับที่จะช่วยลดอาการเท้าบวมหลังคลอดนี้กันดีกว่า ว่าสามารถทำอย่างไรให้หายไวขึ้นได้บ้าง เท้าบวมหลังคลอด เกิดจากสาเหตุอะไร? เพราะช่วงหลังคลอดร่างกายของคุณแม่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงเรื่องปริมาณของเหลวและเลือด ทำให้เกิดอาการเท้าบวมหลังคลอดขึ้นได้ ยิ่งในเคสที่ทำการผ่าคลอดจะเกิดเอฟเฟ็กต์ทำให้มีของเหลวมาขังระหว่างเซลล์ แต่ร่างกายจะค่อย ๆ ขับออกมาเอง บวกกับมดลูกที่อยู่ต่ำจนไปกดทับหลอดเลือดทำให้การไหลเวียนไม่สะดวก จึงทำให้เท้าคุณแม่เกิดบวมนั่นเองค่ะ เท้าบวมหลังคลอด จะหายดีได้เมื่อไหร่? อาการเท้าบวมหลังคลอดของคุณแม่จะดีขึ้นได้เองภายใน 1 – 2 สัปดาห์ พร้อมกับมดลูกที่เข้าอู่ รวมถึงอาการของภาวะหลังคลอดทั้งหมดจะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 6 สัปดาห์ หากอาการยังไม่หายภายในระยะเวลานี้ คุณแม่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาความผิดปกตินะคะ แม้ว่าอาการเท้าบวมหลังคลอดจะดีขึ้นได้เองก็ตาม แต่ถ้าเรารู้เคล็ดลับทั้ง 3 ข้อนี้ จะช่วยลดอาการเท้าบวมหลังคลอดให้หายไวขึ้นได้ คุณแม่จะได้คลายกังวล แถมยังได้ฟื้นฟูร่างกายให้กลับมามีพลังเหมือนเดิมอีกด้วยค่ะ 3 เคล็ดลับช่วยลดอาการเท้าบวมหลังคลอดให้หายไวขึ้น 1. ลดเท้าบวมหลังคลอดต้องดื่มน้ำอย่างน้อย 10 แก้ว/วัน คุณแม่ควรดื่มน้ำให้มาก ๆ เพราะจะช่วยขับน้ำที่อยู่ภายในร่างกายออกทางปัสสาวะ แนะนำให้ดื่มอย่างน้อย 10 แก้ว หรือ 2.3 […]
