เทคนิคฝึกลูกนอนยาว เริ่มตอนไหน เพิ่มเวลาพักผ่อนให้คุณพ่อคุณแม่

ฝึกลูกนอนยาว

เทคนิคฝึกลูกนอนยาว เริ่มตอนไหน ช่วยเพิ่มเวลาพักผ่อนให้คุณพ่อคุณแม่ “ฝึกลูกนอนยาว” หนึ่งในสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ป้ายแดงทุกคนอยากฝึกให้ลูก เพราะจะต้องเจอปัญหาสารพัดเกี่ยวกับการนอนของลูกน้อย ไม่ว่าจะตื่นบ่อย ไม่ยอมนอน กล่อมหลับก็ยาก หากฝึกลูกให้นอนยาวได้ล่ะก็นอกจากลูกจะได้นอนหลับอย่างเพียงพอซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่อพัฒนาการทั้งร่างกายและอารมณ์ของลูกแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นคือเราก็จะได้พักไปด้วย มาค่ะวันนี้ Cotton Baby มาจะแชร์เทคนิควิธีฝึกลูกนอนยาวตั้งแต่เริ่มต้นกันเลยค่ะ ฝึกลูกนอนยาว พ่อแม่ควรเริ่มฝึกให้ลูกตอนไหน? เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่าการฝึกลูกนอนยาวใช่ว่าอยากฝึกก็ฝึกได้ทันทีนะคะ เพราะทารกแรกเกิด ยังไม่เหมาะกับการหลับยาว ยังจำเป็นต้องตื่นขึ้นมาเพื่อกินอยู่ การหลับนาน หลับยาวจะส่งผลทำให้ลูกเสี่ยงต่อการเกิดน้ำตาลในเลือดต่ำ ถ้าลูกหลับยาวก็ต้องปลุกขึ้นมากินนะคะ เพราะฉะนั้นเด็กที่อายุไม่ถึง 4 เดือน ยังไม่ควรฝึกให้นอนยาว การฝึกลูกนอนยาวเหมาะที่จะเริ่มฝึกได้เมื่อเด็กอายุ 4 – 6 เดือนขึ้นไป สำหรับเด็กที่เกิดครบกำหนดและมีน้ำหนักปกติ ซึ่งคำว่า “หลับยาว” ในที่นี้คือการนอนหลับยาวกว่า 6 – 8 ชั่วโมงขึ้นไป เริ่มเข้านอนเป็นเวลา หลับได้สนิท และตื่นนอนเป็นเวลาเช่นเดียวกัน และนี่คือเป้าหมายของการฝึกลูกนอนยาวที่ดี การหลับของเด็กแรกเกิด – 2 เดือนแรก ตื่นทุก 2 – 3 ชั่วโมง ต่อรอบ […]

สีอุจจาระทารกกำลังบอกอะไรคุณแม่ สีแบบไหนผิดปกติบ้าง?

สีอุจจาระทารก

สีอุจจาระทารกกำลังบอกอะไรคุณแม่ สีแบบไหนผิดปกติบ้าง? คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าสีอุจจาระและลักษณะอุจจาระของลูกน้อยนั้นสามารถบ่งบอกถึงสุขภาพได้ ซึ่งก็จะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามอาหารที่กิน คุณแม่บางคนก็เป็นกังวลเมื่อลูกมีอุจจาระสีเขียว หรือสีอื่น ๆ ที่ไม่คุ้นเคยจะเป็นอันตรายหรือเปล่า เพราะแบบนี้… Cotton Baby เลยอยากให้หมั่นสังเกตสีและลักษณะอุจจาระของลูกน้อยกันสักหน่อย หากเราทราบว่าอุจจาระสีนี้กำลังเตือนปัญหาสุขภาพด้านไหนอยู่จะได้ดูแลรักษาได้ทันเวลานะคะ สีอุจจาระของลูกกำลังบอกอะไรเราอยู่ ? 1. สีอุจจาระ เขียวปนดำ (ขี้เทา) สีอุจจาระเขียวปนดำ หรือที่เราเรียกกันว่า “ขี้เทา” เป็นอุจจาระแรกของทารกที่จะถ่ายออกมาหลังคลอดภายใน 2 วัน (ไม่เกิน 48 ชั่วโมง) นอกจากจะมีสีเขียวเข้มคล้ำ ๆ แล้วยังมีลักษณะที่เหนียว เกิดจากลูกกลืนน้ำดี น้ำคร่ำเข้าไป แล้วระบบย่อยอาหารก็ทำงานตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์คุณแม่แล้วนั่นเองค่ะ การกลืนน้ำคร่ำที่ประกอบด้วยเซลล์ผิวหนัง ขน เยื่อบุของทางเดินอาหาร และสารที่สร้างมาจากทางเดินอาหารของทารกเองอย่างพวกน้ำย่อย น้ำดี จึงทำให้อุจจาระมีสีเขียวเข้มออกดำและมีลักษณะเหนียวข้น ซึ่งเป็นเรื่องปกตินะคะ ถือว่าระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี 2. สีอุจจาระ เหลืองมัสตาร์ด สีอุจจาระแบบนี้บ่งบอกว่าเป็นอุจจาระของเด็กที่กินนมแม่เพียงอย่างเดียว อาจมีลักษณะคล้ายแป้งเปียก หรือเป็นเม็ด เนื้อนิ่ม ออกเหลว คล้ายท้องเสีย แต่อุจจาระที่ดีสำหรับลูกที่กินนมแม่จะมีกลิ่นแตกต่างจากอุจจาระทั่วไป โดยปกติเด็กจะขับถ่าย 6 – […]

ลูกแค่ซนหรือโรคสมาธิสั้น 3 วิธีสังเกตพร้อมทริคดูแลที่เหมาะสม

โรคสมาธิสั้น ลูกซน

ลูกแค่ซนหรือโรคสมาธิสั้น 3 วิธีสังเกตพร้อมทริคดูแลที่เหมาะสม โรคสมาธิสั้น (Attention deficit hyperactivity disorder : ADHD) มักมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมที่ “ลูกซน” มากเกินไป อยู่ไม่นิ่ง ไม่ค่อยมีสมาธิ หุนหันพลันแล่น จนกระทบต่อการเรียนและความสัมพันธ์ ฉะนั้น คุณพ่อคุณแม่อย่าเพิ่งมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่ความซนจะเป็นของคู่กับเด็ก เรามาเช็กลิสต์กันหน่อยว่า ลูกซนแค่ไหนถึงเข้าข่ายเป็นโรคสมาธิสั้น โรคสมาธิสั้น คืออะไร? โรคสมาธิสั้น เกิดจากสมองส่วนหน้าทำงานได้น้อยกว่าเด็กปกติ ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมสมาธิจดจ่อ จัดลำดับขั้นตอน การยับยั้งชั่งใจ และการเคลื่อนไหวของร่างกาย สาเหตุที่สมองส่วนหน้าทำงานได้น้อย เพราะสารสื่อประสาทอย่าง Dopamine และ Norepinephrine หลั่งออกมาน้อย ทำให้เกิดความไม่สมดุล มีปัจจัยมาจากทั้งทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม ไม่ได้เกิดจากการเลี้ยงดูหรือความกดดันจากพ่อแม่อย่างที่หลายคนเข้าใจนะคะ เช็กลิสต์ ลูกซนแค่ไหน เข้าข่ายโรคสมาธิสั้น โดยปกติแล้วโรคสมาธิสั้นประกอบด้วย 3 พฤติกรรมคือ ซนมาก ไม่มีสมาธิ และหุนหันพลันแล่น อาจมีอาการเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือมีครบทุกอาการก็ได้ จะต้องแสดงอาการก่อนเด็กอายุ 12 ปี ซึ่งมักพบได้บ่อยในเด็กที่มีอายุ 3 – […]

พ่อแม่ต้องรู้ วิธีดูแลอาการโคลิก (Colic) ที่มักพบในเด็กแรกเกิด

อาการโคลิก Colic

พ่อแม่ต้องรู้ วิธีดูแลอาการโคลิก (Colic) ที่มักพบในเด็กแรกเกิด เสียงร้องงอแงเป็นสิ่งแรกที่ลูกสามารถโต้ตอบกับพ่อแม่ได้ แต่ถ้าร้องมากเกินไปจนผิดสังเกต นั่นอาจแสดงถึงอาการโคลิกได้ พ่อแม่จึงควรมาทำความรู้จักอาการโคลิกว่าคืออะไร และร้องแบบไหนที่เรียกว่าโคลิก พร้อมวิธีดูแลลูกเมื่อมีอาการโคลิก เพื่อสุขภาพที่ดีของลูก อาการโคลิก คืออะไร? อาการโคลิก (Colic) เป็นอาการที่มักพบได้ในเด็กแรกเกิด ตั้งแต่ 3 สัปดาห์ จนถึง 3 เดือน โดยมีอาการที่ร้องไห้หนักมาก ร้องไห้เป็นเวลานานแบบไม่ทราบสาเหตุ และชอบร้องในช่วงกลางคืนเป็นพิเศษ ทำให้พ่อแม่กังวลว่าลูกจะป่วยเป็นอะไรร้ายแรงหรือเปล่า ซึ่งอาการโคลิกของเด็ก ถือเป็นอาการปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทารกทุกคน อาการจะดีขึ้นเมื่ออายุเข้าช่วงประมาณ 3-4 เดือนค่ะ สาเหตุของอาการโคลิก ปัจจุบันยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเขนว่าอาการโคลิกของเด็กนั้นเกิดจากอะไร อาจมาจากหลาย ๆ สาเหตุรวมกัน ไม่ว่าจะเป็น พื้นฐานอารมณ์ของเด็ก หากคุณแม่มีความเครียดขณะตั้งครรภ์ก็ส่งผลให้ลูกมีอาการโคลิกได้ การพัฒนาของระบบประสาทที่ยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ ฮอร์โมนในร่างกายปรับเปลี่ยน จึงทำให้มีอาการปวดท้อง ระบบทางเดินอาหาร มีลม หรือแก๊สในท้องมาก ป้อนนมผิดวิธี หรือป้อนมาก-น้อยเกินไป อยู่ในท่านอนที่ไม่เหมาะสม เด็กไม่เรอจึงมึอากาศในท้อง ทำให้เกิดอาการแน่น อึดอัดท้อง ปัญหาสุขภาพอื่น ๆ เช่น กรดไหลย้อน, […]

จริงหรือไม่? ไขข้อสงสัยที่โบราณว่าไว้ ลูกติดมือเพราะอุ้มบ่อย

อุ้มบ่อย ลูกติดมือ

จริงหรือไม่? ไขข้อสงสัยที่โบราณว่าไว้ ลูกติดมือเพราะอุ้มบ่อย หลากหลายคำพูดของผู้ใหญ่ในครอบครัวที่ชอบเตือนว่า “อุ้มลูกบ่อย ๆ เดี๋ยวลูกติดมือเอาหรอก” หรือ “อุ้มบ่อย เด็กจะติดมือ ชอบร้องให้อุ้ม” คุณแม่มือใหม่ได้ยินแบบนี้คงเป็นกังวล ถ้าปล่อยลูกร้องงอแงไว้จะดีกว่าจริงหรือ? วันนี้ Cotton Baby มีคำตอบมาให้แล้วค่ะ ไปดูพร้อมกันเลย จริงหรือไม่? อุ้มบ่อยทำให้ลูกติดมือ คำตอบคือไม่จริงค่ะ จากผลวิจัยบอกว่าการอุ้มลูกช่วง 6 เดือนแรก เป็นการปลอบโยน มอบความรักและความอบอุ่นให้ลูกรู้สึกว่ามีคนคอยดูแลอยู่เคียงข้างเสมอ โดยเฉพาะช่วง 3 เดือนแรก การอุ้มลูกบ่อย ๆ เป็นการสร้างความผูกพันระหว่างคุณแม่กับลูกด้วย เวลาที่เข้าไปอุ้มตอนลูกร้องไห้จะช่วยในเรื่องการพัฒนาด้านอารมณ์ เป็นเด็กเลี้ยงง่าย เมื่อโตขึ้นการร้องไห้ก็จะค่อย ๆ ลดลง และไม่ทำให้ลูกร้องไห้เพื่อเรียกร้องความสนใจด้วยนะคะ ซึ่งการร้องไห้ของทารกในช่วง 6 เดือนแรก เป็นวิธีเดียวที่จะสื่อสารกับพ่อแม่ได้ว่าต้องการอะไร หากเราปล่อยให้ลูกร้องไห้นานเกินไป อาจส่งผลต่อภาวะมั่นคงทางอารมณ์ได้ ทารกแรกเกิดจึงควรได้รับความอบอุ่นจากอ้อมกอดของพ่อแม่ ลูกติดมือ อุ้มจนหลับ แต่พอวางก็ร้องอีก ทำอย่างไรดี? สำหรับในกรณีที่คุณแม่อุ้มลูกจนหลับคามือ พอเราวางเขาลงปุ๊บ ลูกก็ร้องขึ้นมาทันที หากครอบครัวที่มีคนช่วยเลี้ยง อาจให้สลับกันอุ้มได้ แต่ถ้าไม่มีคนคอยช่วยเลี้ยง […]

ทารกไม่ยอมนอน ตื่นกลางดึกบ่อย ทำ 3 วิธีนี้แก้ได้แน่นอน

ทารกไม่ยอมนอน ลูกนอนยาก

  ทารกไม่ยอมนอน ตื่นกลางดึกบ่อย ทำ 3 วิธีนี้แก้ได้แน่นอน เราเชื่อว่าพ่อแม่มือใหม่หลายคนกำลังกังวลกับปัญหาทารกไม่ยอมนอน โดยเฉพาะเด็กในช่วงอายุ 6-8 เดือน ที่สิ่งแวดล้อมจะมีอิทธิพลต่อการนอนหลับมากขึ้น หากปล่อยไว้ไม่เริ่มแก้ไขจะส่งผลให้ลูกมีปัญหาสุขภาพด้านการนอนหลับในระยะยาวไปจนถึงตอนโตเลยก็ได้ ทาง Cotton Baby จึงมีวิธีรับมือกับลูกนอนยากมาฝากกันค่ะ ลองทำตามเรารับรองว่าช่วยได้แน่นอน ทำไมทารกไม่ยอมนอน ก่อนอื่นเราจำเป็นจะต้องรู้ว่าทำไมทารกไม่ยอมนอน เพื่อจะได้แก้ไขปัญหาอย่างถูกจุด ซึ่งสาเหตุก็มีทั้งปัจจัยจากตัวลูกเองและปัจจัยภายนอกด้วย ทารกไม่ยอมนอนเพราะป่วย ห่วงเล่นไม่อยากนอน กลัวบางอย่างที่จินตนาการ เช่น สัตว์ประหลาด ผี กินนมมากไป แพ้นมวัว หรือร่างกายย่อยน้ำตาลแลกโตสได้ไม่ดีเท่าที่ควร สภาพแวดล้อมไม่เหมาะต่อการนอนของลูก 3 วิธีรับมือกับทารกไม่ยอมนอน 1. ‘สร้างบรรยากาศผ่อนคลาย’ สภาพแวดล้อมไม่ดีอาจทำให้ทารกไม่ยอมนอน สภาพแวดล้อมของห้องนอนจะต้องสงบ ผ่อนคลาย ไม่มีเสียงดังรบกวน รวมถึงเรื่องของอุณหภูมิก็สำคัญเช่นกัน หากร้อนเกินไป ลูกจะมีเหงื่อออก ทำให้รู้สึกไม่สบายตัว ร้องงอแงกลางดึก หากหนาวเกินไป ลูกก็จะหลับไม่สบายตัว แนะนำ อุณหภูมิห้องที่เหมาะกับการนอนของเด็กมากที่สุดควรอยู่ระหว่าง 24-26 องศา สร้างบรรยากาศที่เหมาะแก่การนอน เช่น เปิดเพลงกล่อม เปิดไฟสลัว เมื่อลูกหลับแล้วค่อยหรี่ไฟให้เบาลง […]

ลูกทะเลาะกับพ่อ แม่ รับมืออย่างไรให้แฮปปี้ทั้งสองฝ่าย

ทะเลาะกับพ่อ แม่, ทะเลาะกับครอบครัว

ลูกทะเลาะกับพ่อ แม่ รับมืออย่างไรให้แฮปปี้ทั้งสองฝ่าย สายใยของคนในครอบครัว เป็นความสัมพันธ์แสนพิเศษที่ไม่เหมือนความสัมพันธ์รูปแบบอื่น แต่ปัจจุบันมีหลายครอบครัวที่เกิดปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ เมื่อลูกทะเลาะกับพ่อ แม่ อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่โตบานปลายไปจนถึงขั้นตัดขาดกันเลยก็เป็นได้ หากพ่อแม่ไม่รู้วิธีรับมือกับสถานการณ์ หรือทำความเข้าใจกับลูกก็อาจส่งผลกระทบให้บรรยากาศในครอบครัวอึดอัดได้ เราจะพาพ่อแม่ไปรู้ถึงวิธีการรับมือกับสถานการณ์เมื่อลูกทะเลาะกับครอบครัวว่าควรทำอย่างไร Do & Don’t | 5 วิธีรับมือเมื่อทะเลาะกันในครอบครัว เมื่อลูกทะเลาะกับพ่อ แม่ อย่าเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง การทะเลาะกับครอบครัวโดยส่วนมากแล้วไม่ลูกก็พ่อแม่นี่แหละที่จะเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะคิดว่าตัวเองถูกอยู่เสมอ โดยไม่สนใจความรู้สึกของอีกฝ่ายเลย ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย หากไม่มีใครยอมใคร ไม่ปรับความเข้าใจกันก็อาจเกิดการทะเลาะกันถึงขั้นรุนแรงและตัดขาดกันไปเลยก็ได้ ทางออกสำหรับปัญหานี้ก็คือ ต้องหยุดคิดว่าใครผิดใครถูกในระหว่างที่ทะเลาะกัน อย่ารีบตัดสินว่าใครผิดใครถูก อย่าเพิ่งโทษตัวเอง หรือปล่อยปัญหาทิ้งไว้โดยไม่แก้ไข เพราะบรรยากาศน่าอึดอัดจะอยู่กับเราไปเรื่อย ๆ รอให้ต่างฝ่ายต่างเย็นลงแล้วค่อยคุยกันด้วยเหตุผลอาจทำให้เข้าใจกันมากขึ้นได้มากกว่า ทะเลาะกับพ่อ แม่ เพราะถูกบังคับให้อยู่ในกรอบจนเกินไป เมื่อลูกถูกคาดหวังจากพ่อแม่มากเกินไป ถูกตีกรอบให้อยู่ในกฎเกณฑ์ บังคับทุกอย่างให้เป็นไปตามที่วางไว้ ซึ่งในช่วงแรกลูกอาจยอมทำเพราะรัก แต่สะสมไปนาน ๆ เข้าจะทำให้ลูกรู้สึกอึดอัด กดดันตัวเอง และพอถึงขีดสุดของความอดทนจะทำให้ลูกระเบิดออกมา โดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้นแม้แต่พ่อแม่ตัวเอง จึงเกิดเป็นการทะเลาะกับครอบครัวขึ้นมา ในกรณีแบบนี้พ่อแม่ควรยกเรื่องกตัญญูและอกตัญญูออกไปก่อน มันไม่ใช่เรื่องของความดีความชั่ว แต่คือการบาลานซ์ความรู้สึกของทั้งฝ่ายเราและลูกให้มีความสุขทั้งคู่ กลับมามองถึงปัญหาจริง ๆ ว่าการทะเลาะครั้งนี้เกิดขึ้นจากอะไรแล้วค่อยมาเจอกันตรงกลางดีกว่ายึดติดกับกฎเกณฑ์จนไม่มีความสุข […]

พ่อแม่รังแกฉัน ทำร้ายลูกโดยไม่รู้ตัวที่ส่งผลเสียถึงอนาคต

พ่อแม่รังแกฉัน

พ่อแม่รังแกฉัน ทำร้ายลูกโดยไม่รู้ตัวที่ส่งผลเสียถึงอนาคต “พ่อแม่รังแกฉัน” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงลูกที่ถูกพ่อแม่ทุบตีทำร้ายร่างกาย แต่เป็นการเลี้ยงดูลูกในแบบที่ผิดจนส่งผลเสียไปถึงอนาคตของเด็ก หากคุณอยู่ในฐานะพ่อแม่ มาลองอ่านบทความนี้เพื่อศึกษาแนวทางการเลี้ยงลูกกันเถอะ จะได้ระวังไม่ให้เกิดพฤติกรรม พ่อแม่รังแกฉัน โดยไม่รู้ตัว การทำร้ายลูกตัวเองโดยที่พ่อแม่ไม่รู้ตัว อาจเกิดมาจากความรักและความหวังดีที่อยากจะดูแลลูกให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ บางครั้งก็หลงลืมการสอนด้วยเหตุผลและความถูกต้องไปบ้าง จนทำให้เกิดเป็นการสปอยล์ลูกในทางที่ผิด ฉะนั้น การเลี้ยงลูกในแบบที่พ่อแม่คิดว่าดีที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่ดีต่อลูกเสมอไป มาเช็กแต่ละพฤติกรรมกันดีกว่าว่าคุณกำลังเข้าข่าย พ่อแม่รังแกฉัน อยู่หรือเปล่า สำรวจ 6 พฤติกรรม นี่แหละที่เรียกว่า “พ่อแม่รังแกฉัน” พ่อแม่รังแกฉันในแบบ “รักและปกป้องลูกมากเกินไป” การเลี้ยงดูลูกเหมือน ไข่ในหิน ไม่ยอมให้ลูกเจอกับโลกภายนอก ไม่ยอมให้ห่างจากสายตาเพราะกลัวลูกจะเป็นอันตราย ลูกจึงไม่เคยตัดสินใจอะไรด้วยตัวเอง พฤติกรรมของพ่อแม่แบบนี้ส่งผลให้ลูกมีทักษะในการช่วยเหลือตัวเองช้า การพัฒนาไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีความมั่นใจในตัวเองนั้นจึงมีน้อยมากเพราะไม่เคยตัดสินใจอะไรด้วยตัวเอง พ่อแม่รังแกฉันด้วยการ “ตามใจมากเกินไป” พ่อแม่ที่เลี้ยงดูลูกแบบตามใจทุกอย่าง ลูกต้องการสิ่งใดขอให้บอก พ่อแม่จะคอยหามาให้ โดยไม่เคยสอนลูกด้วยเหตุผลว่าสิ่งไหนผิด สิ่งไหนถูก และปล่อยให้เขาทำตามใจตัวเอง ส่งผลให้เมื่อลูกได้ออกไปเจอสังคมภายนอกจะทำให้เขาอยู่ร่วมกับคนอื่นได้ยาก การที่ลูกถูกเลี้ยงมาแบบตามใจ ลูกไม่สามารถปรับตัวเข้ากับคนอื่นได้เลย แถมยังมีความอดทนน้อยเพราะสิ่งที่อยากได้นั้นได้มาแบบง่าย ๆ พ่อแม่รังแกฉัน บีบบังคับ “เข้มงวด สร้างกฎเกณฑ์ให้ลูกอยู่ในกรอบ” การที่ลูกอยู่ภายใต้กฎระเบียบที่ตั้งไว้ พ่อแม่อาจคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีสำหรับลูก แต่มีงานศึกษาหนึ่งพบว่า การเลี้ยงดูเด็กแบบเข้มงวดเกินไปจะส่งผลเสียต่อพฤติกรรมของเด็ก […]

วิธีเลี้ยงลูกในแบบของ “พ่อ” สร้างสมดุลให้ลูกเติบโตอย่างสมบูรณ์

วิธีเลี้ยงลูก

วิธีเลี้ยงลูกในแบบของ “พ่อ” สร้างสมดุลให้ลูกเติบโตอย่างสมบูรณ์ วิธีเลี้ยงลูกของพ่อ เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่จะช่วยหล่อหลอมให้ลูกเติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ แม้ว่าความเป็นผู้ชายของคนเป็นพ่อจะมีความอ่อนโยนน้อยกว่าแม่ก็ตาม แต่ด้วยความแตกต่างกัน ทำให้มันกลายเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะช่วยสอนลูกได้เป็นอย่างดี วิธีเลี้ยงลูกในแบบฉบับของ พ่อ ก็มีดีเหมือนกันนะ วางแผนวิธีเลี้ยงลูกร่วมกับคุณแม่จะช่วยให้เลี้ยงลูกได้ง่ายขึ้น อันดับแรก ก่อนที่คุณพ่อจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเลี้ยงลูก ทั้งคุณแม่และคุณพ่อจะต้องปรึกษาและตกลงกันให้ดีก่อนว่าจะยึดหลักในการเลี้ยงลูกแนวทางไหน เพื่อให้เป้าหมายไปในทางเดียวกัน เช่น ทำตามกฎของบ้าน ฝึกวินัย หรือฝึกความรับผิดชอบให้ลูก ถ้าเล่นของเล่นแล้วก็ต้องเก็บเอง อย่าให้คนอื่นเก็บให้ เป็นต้น ข้อดีคือจะช่วยเลี้ยงลูกได้ง่ายขึ้น สอนลูกไปในทางเดียวกัน ทำให้ลูกไม่สับสนว่าทำอะไรได้หรือไม่ได้บ้าง ส่งผลให้เขาปรับตัวได้ดีและมีระเบียบ วินัย จนติดเป็นนิสัย รวมถึงช่วยให้พ่อเลี้ยงลูกได้อย่างมีเป้าหมาย มีบทบาทในการเลี้ยงลูกมากขึ้น รู้ว่าควรระวังและวางตัวแบบไหนเพื่อเป็นตัวอย่างให้ลูกเติบโตไปในทางที่ดี พ่อเล่นกับลูก ช่วยให้ลูกสัมผัสประสบการณ์ที่หลากหลาย วิธีเลี้ยงลูกของพ่อ ไม่จำเป็นจะต้องมีดีเทลเหมือนแม่ทุกอย่าง เพราะธรรมชาติการเล่นของเด็กเล็กช่วงก่อนวัยประถมทั้งผู้หญิงและผู้ชายจะไม่ต่างกันมาก สามารถเล่นด้วยกันได้ แต่เมื่อโตขึ้นมาอีกหน่อย ความสนใจจะเริ่มชัดเจนมากขึ้น พ่ออาจจะต้องรับหน้าที่เล่นกับลูกชายที่มักทำได้ดีกว่าแม่ เช่น การเล่นที่ใช้พลัง วิ่งเล่นในสวน ออกกำลังกาย เล่นกีฬา รวมถึงการเล่นที่ต้องใช้ความคิดช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ แต่สำหรับคุณพ่อมือใหม่ไม่ต้องกังวลไปหากไม่รู้จะเล่นกับลูกยังไง ลองอ่านบทความนี้เพิ่มเติมได้ รวม 5 วิธี ‘พ่อเล่นกับลูก’ สร้างเสริมทั้งความสัมพันธ์และพัฒนาการ […]

เคล็ดลับ (สไตล์ญี่ปุ่น) ที่จะสอนลูกให้ซื่อสัตย์ได้อย่างง่าย ๆ

สอนลูกให้ซื่อสัตย์

ประเทศญี่ปุ่นขึ้นชื่อว่ามีความซื่อสัตย์มากที่สุดในโลก ตามไปดูกันว่า… คนญี่ปุ่นเขามีวิธีเลี้ยงลูก และสอนลูกให้ซื่อสัตย์แบบนี้ได้อย่างไร