คุณแม่ห้ามพลาด เผยตัวช่วยลดอาการเด็กท้องผูกด้วยโยเกิร์ต

เด็กท้องผูกแก้ด้วยโยเกิร์ต

คุณแม่ห้ามพลาด เผยตัวช่วยลดอาการเด็กท้องผูกด้วยโยเกิร์ต เมื่อเด็กท้องผูก ถ่ายไม่ออก หนึ่งในปัญหาของลูกน้อยที่พ่อแม่ต้องเจอเป็นเรื่องปกติ แต่ต่อไปนี้เราจะมีสุดยอดตัวช่วยบรรเทาอาการท้องผูกให้ลูกแล้วกับ “โยเกิร์ต” ที่มีประโยชน์ทั้งกับผู้ใหญ่และเด็ก ซึ่งพ่อแม่หลายคนอาจกำลังสงสัยกันใช่ไหมคะว่า…ให้ลูกกินโยเกิร์ตได้ไหม อายุเท่าไหร่จึงกินได้ แล้วโยเกิร์ตดีกับลูกหรือเปล่า หมดห่วงได้เลยค่ะเพราะวันนี้ Cotton Baby มีคำตอบมาให้แล้วว่าเมื่อเด็กท้องผูก แก้ได้ด้วยโยเกิร์ตจริงหรือไม่ โยเกิร์ต ดีต่อลูกน้อยยังไงนะ? นอกจากโยเกิร์ตจะเป็นแหล่งโปรตีนและแคลเซียมแล้ว ยังมีโปรไบโอติกที่ช่วยปรับระบบภูมิคุ้มกันของลำไส้ได้ดี สร้างสมดุลในระบบทางเดินอาหาร ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย ลดอาการท้องผูก และช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกายของลูกได้อีกด้วยค่ะ เด็กท้องผูก ให้โยเกิร์ตเป็นตัวช่วยบรรเทา รักษาสมดุลของลำไส้ ทำให้ระบบลำไส้ และระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น ลดปัญหาเด็กท้องผูก เพราะในโยเกิร์ตมีจุลินทรีย์ดีอย่าง Lactobacillus และ Streptococcus ซึ่งอาศัยอยู่ในลำไส้ของคนเราอยู่แล้ว แต่!!! ประโยชน์ชองโยเกิร์ตที่กล่าวไปนั้นจะมีคุณค่าทางโภชนาการต่อเด็กที่มีอายุมากกว่า 6 เดือน เท่านั้น หมายความว่า เด็ก ๆ จะสามารถเริ่มกินโยเกิร์ตได้ก็ต่อเมื่ออายุเกิน 6 เดือนไปแล้ว นั่นเองค่ะ เด็กท้องผูก ลองให้กินโยเกิร์ตดูสิ จากคุณค่าทางโภชนาการของโยเกิร์ตคงจะไขข้อสงสัยให้พ่อแม่ได้นะคะ หากเด็กท้องผูกก็สามารถป้อนโยเกิร์ตให้กินได้ แต่มีข้อแม้ว่ารอให้พ้นอายุ 6 เดือนไปก่อน โดยมีข้อแนะนำ […]

เหตุผลดี ๆ ที่พ่อแม่ควรรู้ของการเลี้ยงลูกให้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ

เลี้ยงลูกกับธรรมชาติ

เหตุผลดี ๆ ที่พ่อแม่ควรรู้ของการเลี้ยงลูกให้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้วล่ะค่ะว่าการเลี้ยงลูกเป็นอะไรที่ต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ (Science สิ่งที่เป็นเหตุเป็นผล Art สิ่งที่ใช้ความรู้สึกและประสบการณ์) ซึ่งพ่อแม่เองก็คงจะเคยได้ยินเกี่ยวกับ “การเลี้ยงลูกให้อยู่กับธรรมชาติ” กันมาบ้าง แล้วเคยสงสัยกันไหมคะว่าทำไมเราต้องให้ลูกอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติด้วย มาค่ะวันนี้ Cotton Baby จะพาไปสัมผัสถึงข้อดีของการเลี้ยงลูกให้อยู่กับธรรมชาติกัน รักวัวให้ผูก แต่ถ้า “รักลูกให้อยู่กับธรรมชาติ” มีสิ่งหนึ่งที่เรามักจะสังเกตได้อย่างชัดเจนเลยก็คือ ความแตกต่างของสุขภาพกายและจิตใจ ระหว่างเด็กที่เติบโตมาจากสังคมต่างจังหวัด กับ เด็กที่เติบโตมาในสังคมเมือง โดยเด็กในสังคมเมืองค่อนข้างที่จะอ่อนแอ เป็นโรคภัยไข้เจ็บได้ง่ายกว่า มีภูมิคุ้มกันร่างกายน้อยกว่าเด็กที่เติบโตในสังคมต่างจังหวัด เช่นเดียวกับทางด้านสุขภาพจิตใจ ซึ่งเด็กในสังคมเมืองจะค่อนข้างมีความเคร่งเครียดมากกว่า ทำให้เด็กในสังคมเมืองมักจะมีสุขภาพกายและจิตใจที่อ่อนแอกว่าเด็กในสังคมต่างจังหวัด เด็กสังคมเมือง VS เด็กสังคมต่างจังหวัด เด็กที่เติบโตในสังคมเมือง ส่วนใหญ่จะอยู่ในสภาวะสิ่งแวดล้อมที่สะอาดมากเกินไป และเมื่อเด็กอยู่แต่ในพื้นที่ที่สะอาดบ่อย ๆ ก็จะทำให้มีปัญหาสุขภาพตามมา เพราะร่างกายเขาไม่เคยทำความรู้จักกับเชื้อโรคเลย จึงเป็นผลให้ร่างกายไม่มีภูมิป้องกันเชื้อโรค และยังส่งต่อเป็นผลพวงทำให้ระบบภูมิคุ้มกันหันมาทำให้เด็กเป็นโรคภูมิแพ้แทนนั่นเองค่ะ *โดยระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย มีหน้าที่คือการต่อสู้กับเชื้อโรคต่าง ๆ เช่น แบคทีเรีย ไวรัส หรือ ปรสิตต่าง ๆ รวมถึงการทำปฏิกิริยากับสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ทำให้เราเกิดอาการแพ้ รวมถึงสภาพแวดล้อมของเด็กที่เติบโตในสังคมเมือง มักจะแวดล้อมไปด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือของเล่นทางวัตถุต่าง […]

วิธีเล่นจ๊ะเอ๋กับลูก เรียกเสียงหัวเราะ พร้อมช่วยเสริมพัฒนาการ

จ๊ะเอ๋

วิธีเล่นจ๊ะเอ๋กับลูก เรียกเสียงหัวเราะ พร้อมช่วยเสริมพัฒนาการ จ๊ะเอ๋ กิจกรรมที่ดูธรรมดา แต่แฝงไปด้วยประโยชน์สุดเหลือเชื่อ ซึ่งแม่ ๆ ทราบกันไหมคะว่าการเล่นจ๊ะเอ๋กับลูกเนี่ย ช่วยกระตุ้นพัฒนาการได้หลายด้านมาก ๆ เลย ทั้งการสื่อสารระหว่างกันของเด็กและพ่อแม่ การยิ้ม หัวเราะ ร้องไห้ มองตา หรือขยับมือไม้ แขน-ขา ทำให้เด็กได้เรียนรู้ถึงการคงอยู่ของสิ่งของ ฝึกการจดจำข้อมูล รวมถึงการอดทน และสร้างสายสัมพันธ์ในครอบครัวอีกด้วย รู้แบบนี้แล้ว เราไปดูถึงข้อดีและวิธีการเล่นจ๊ะเอ่กับลูกเพื่อเสริมพัฒนาการกันเลยดีกว่าค่ะ ข้อดีของการเล่นจ๊ะเอ๋กับลูก ประโยชน์ของการเล่นจ๊ะเอ๋ที่ลูกจะได้รับ ช่วยกระตุ้นพัฒนาการทางการสื่อสารระหว่างกัน ฝึกทักษะการสังเกตสิ่งรอบตัวในชีวิตประจำวัน ช่วยให้เรียนรู้เรื่องการคงอยู่ของสิ่งต่าง ๆ ฝึกการจดจำสิ่งต่าง ๆ ทำให้รู้จักการรอคอย และความอดทน สร้างสายสัมพันธ์ให้กับลูก สิ่งที่พ่อแม่จะได้รับจากการเล่นจ๊ะเอ๋กับลูก ได้สังเกตพัฒนาการของลูกในแต่ละด้านว่าเป็นอย่างไร ช้า/เร็วไปหรือไม่ ได้เห็นความชอบ หรือความถนัดของลูกจากการเล่นต่าง ๆ เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความอบอุ่น และสานสัมพันธ์ในครอบครัว ได้อีกหนึ่งกิจกรรมเล่นกับลูกที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการ ปฏิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นขณะที่เราเล่นจ๊ะเอ๋กับลูก โผล่ตรงนี้บ้าง ตรงนั้นบ้าง จะช่วยให้สมองและพัฒนาการของเด็กในหลายด้านถูกกระตุ้น จนเด็กได้รับการฝึกทักษะรอบด้านผ่านการเล่นจ๊ะเอ๋นี้อย่างไม่รู้ตัว รวมถึง “ช่วงเวลาแห่งการเล่นกับลูก” ที่มีคุณภาพก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน พ่อแม่จะต้องวางแผนจัดการเวลาเพื่อเล่นกับลูกด้วยนะคะ ซึ่งช่วงเวลาเหล่านี้นี่แหละค่ะที่จะเป็นจุดเริ่มต้นและแรงผลักดันที่ช่วยให้ลูกมีทักษะที่จำเป็นในอนาคต […]

เช็กอาการแพ้ท้องของแม่ตั้งครรภ์ที่ควรรู้ พร้อมวิธีรับมือ

อาการแพ้ท้อง

เช็กอาการแพ้ท้องของแม่ตั้งครรภ์ที่ควรรู้ พร้อมวิธีรับมือ คุณแม่ที่กำลังวางแผนมีเจ้าตัวเล็กอยู่คงกำลังคอยสังเกตอาการที่เป็นสัญญาณบอกว่าตั้งครรภ์กันอยู่ใช่ไหมคะ ซึ่ง “อาการแพ้ท้อง” (Morning sickness) ก็เป็นอาการที่เกิดขึ้นของคุณแม่ตั้งครรภ์กว่า 80% เลยทีเดียว โดยส่วนใหญ่มักจะมีอาการแพ้ท้องในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ คือ 2- 8 สัปดาห์ หรือ 1 – 3 เดือน ของการตั้งครรภ์ เรามาดูกันค่ะว่าอาการแพ้ท้องนั้นมีอะไรบ้าง เพื่อจะได้เตรียมตัวรับมือเอาไว้ได้ เข้าใจ “อาการแพ้ท้อง” ที่ไม่ได้มีเหมือนกันทุกคน สาเหตุหลักของอาการแพ้ท้อง เกิดจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและฮอร์โมนเอชซีจี (HCG) ที่รกสร้างสูงขึ้น ทำให้ไปกระตุ้นอาการคลื่นไส้จนอยากอาเจียน นอกจากนี้ยังสามารถเกิดจากระบบประสาทอัตโนมัติบกพร่อง ส่งผลให้รับกลิ่นหรือรสชาติผิดเพี้ยนไปจากเดิม ซึ่งเป็นกลไกอัตโนมัติของร่างกายในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ ช่วยป้องกันให้เรากินอาหารอย่างระมัดระวังมากขึ้น คุณแม่ไม่ต้องเป็นกังวลไปนะคะ และนอกจากนี้ ภาวะเครียด ความอ่อนไหวทางอารมณ์ หรือความวิตกกังวลต่าง ๆ ก็ส่งผลให้อาการแพ้ท้องมีมากกว่า ทั้งนี้ คุณแม่ที่ตั้งครรภ์เป็นครั้งแรก หรืออายุน้อยกว่า 20 ปี รวมถึงมีน้ำหนักตัวมาก ก็มีโอกาสที่จะเกิดอาการแพ้ท้องมากขึ้นอีกด้วยค่ะ อาการแพ้ท้องของแม่ตั้งครรภ์ มีอะไรบ้าง ? อาการแพ้ท้องของแม่ตั้งครรภ์แต่ละคนอาจมีลักษณะที่แตกต่างกันไป แต่โดยส่วนมากมักจะแสดงอาการตอนเช้าหลังตื่นนอน ทางการแพทย์จึงเรียกกันว่า […]

พ่อแม่ระวัง! ลูกตาแฉะ มีขี้ตามาก อาจเสี่ยงภาวะท่อน้ำตาอุดตัน

ตาแฉะ

พ่อแม่ระวัง! ลูกตาแฉะ มีขี้ตามาก อาจเสี่ยงภาวะท่อน้ำตาอุดตัน ปัญหาลูกน้อยตาแฉะ มีขี้ตามาก น้ำตาไหลตลอดเวลา ในทารกแรกคลอดหรือในช่วงอายุ 1 – 3 เดือน ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ร้องไห้ อาจทำให้พ่อแม่กังวลใจ ซึ่งอาการตาแฉะเช่นนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนถึง ภาวะท่อน้ำตาอุดตัน ได้ เพราะฉะนั้นเรามาดูสาเหตุ วิธีดูแล พร้อมอาการที่ต้องระวังกันค่ะ อาการตาแฉะของลูกน้อย อาการตาแฉะในเด็กแรกเกิด มีน้ำตาไหลมาก เหมือนร้องไห้ตลอดเวลา ยังไม่มีขี้ตาสีเขียวเยอะ กรณีแบบนี้สามารถพบได้เป็นเรื่องปกติในทารกอายุไม่เกิน 6 เดือน สาเหตุมาจากท่อน้ำตาที่แคบ ยังเปิดได้ไม่สมบูรณ์ จึงทำให้เกิดการอุดตันของท่อน้ำตา หรือเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในระหว่างการคลอด อาจแสดงอาการเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้างก็ได้ค่ะ วิธีดูแลอาการตาแฉะของลูกน้อย ทำความสะอาด บริเวณรอบดวงตาของลูกด้วยสำลีชุบน้ำต้มสุก เริ่มต้นเช็ดจากหัวตาไปหางตาเบา ๆ ทำซ้ำและเปลี่ยนสำลีใหม่จนกว่าขี้ตาจะหมดค่ะ ใช้ยาหยอด ยาหยอดตาฆ่าเชื้อ หยอดวันละหยด หากวันไหนที่ลูกน้อยไม่มีขี้ตา มีเพียงน้ำตาใส ๆ ไม่ต้องหยอดก็ได้ค่ะ เป็นการลดแบคทีเรีย เชื้อโรคบริเวณใบหน้า และรอบดวงตา ซึ่งน้ำตาที่ค้างอยู่ในท่อ แบคทีเรียก็จะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นหนอง […]

มหาหิงค์ ต้นตำรับสมุนไพรไทย ช่วยแก้อาการท้องอืดของเด็กทารก

มหาหิงค์

มหาหิงค์ ต้นตำรับสมุนไพรไทย ช่วยแก้อาการท้องอืดของเด็กทารก รู้ก่อนใช้ “มหาหิงค์” ต้นตำรับสมุนไพรไทยที่ช่วยแก้อาการท้องอืดของเด็กทารก มหาหิงค์ เป็นยาสมุนไพรไทยจากชันน้ำมันหรือยางที่ได้มาจากลำต้นใต้ดินและรากของพืชที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ferula assafoetida L. ลักษณะเป็นสีเหลืองอมน้ำตาล และมีกลิ่นฉุน สรรพคุณของมหาหิงค์ ที่ใช้กับทารกถูกสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นกันมายาวนาน  นิยมนำมาทาที่หน้าท้อง ฝ่ามือ ฝ่าเท้า เพื่อระงับอาการปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ ใช้เป็นยาขับลม นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย ขับเสมหะ และช่วยย่อยอาหาร เมื่อทามหาหิงค์ไปสักพัก เด็กมักจะผายลมออกมา ช่วยให้สบายตัวมากยิ่งขึ้น สำหรับเด็กบางคนที่ร้องไห้ไม่หยุด พอทามหาหิงค์ปุ๊บเด็กหยุดร้องปั๊บเลยก็มีค่ะ ✅ Do: มหาหิงค์ ใช้ทาภายนอกในเฉพาะจุดเท่านั้น ควรทาในสถานที่อากาศถ่ายเท ซึ่งหลังจากทายาที่ท้องแล้ว หากใช้ผ้าอ้อมห่อบริเวณท้องเด็กจะทำให้ท้องอุ่น ช่วยเสริมให้ยาออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น ควรระวังไม่ให้เข้าตา และสัมผัสบริเวณที่เป็นแผล แม่จะต้องเก็บให้พ้นมือเด็ก ๆ แยกกับยาประเภทอื่น ที่สำคัญก่อนใช้ต้องตรวจดูวันหมดอายุทุกครั้งด้วยนะคะ ❌ Don’t: มหาหิงค์ ห้ามกินเด็ดขาด!! เห็นข่าวเป็นอุทาหรณ์กันมาแล้วกับการใช้มหาหิงค์ผิดวิธี ข้อสำคัญคือ “มหาหิงค์เป็นยาทา ไม่ใช่ยากิน” เพราะมหาหิงค์มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ หากเด็กกินเข้าไปจะส่งผลเสียต่อร่างกายได้ อีกหนึ่งปัญหาที่แม่ […]

แม่มือใหม่ต้องรู้! เทคนิคให้ลูกดูดนมแม่จากเต้าอย่างถูกต้อง

เทคนิคให้ลูกดูดนมแม่

แม่มือใหม่ต้องรู้! เทคนิคให้ลูกดูดนมแม่จากเต้าอย่างถูกต้อง นมแม่เป็นแหล่งอาหารสำคัญที่เป็นประโยชน์ที่สุดสำหรับลูกน้อย ซึ่งการให้ลูกได้ดูดนมแม่จากเต้าอย่างถูกวิธี นอกจากจะทำให้ลูกได้รับประโยชน์ที่ดีต่อร่างกายแล้ว ยังได้สัมผัสความใกล้ชิดระหว่างแม่กับลูกอีกด้วยนะคะ เพราะแบบนี้เราเลยมีเทคนิคการให้ลูกดูดนมแม่อย่างถูกวิธีมาบอกกันค่ะ เวลาไหนที่ควรให้ลูกดูดนมแม่มากที่สุด อย่างที่ทราบกันดีว่าควรให้ลูกน้อยได้ดูดนมแม่เร็วที่สุด นับจากหลังคลอดเสร็จ ซึ่งคุณหมอจะแนะนำให้ลูกดูดนมแม่ภายใน 1 ชั่วโมงหลังคลอด เพราะจะเกิดผลที่ดี โดยคุณพยาบาลจะเช็ดตัวเด็กให้แห้งก่อน แล้วค่อยนำมาวางที่อกของคุณแม่ ทั้งนี้ลูกอาจจะยังไม่ดูดนมแม่ในทันทีหรอกนะคะ ต้องใช้เวลาสักครู่ หรือภายในประมาณ 20 – 70 นาที ในการปรับตัวและหาหัวนมแม่ตามสัญชาตญาณทารกแรกเกิด หากลูกน้อยดูดนมแม่ได้เร็ว จะทำให้การหลั่งฮอร์โมนโพรแลกติน (Prolactin) ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำนม ทำให้น้ำนมมาไว และกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนออกซิโตซิน (Oxytocin) ที่มีส่วนช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำนมออกจากท่อน้ำนมและกระตุ้นให้มดลูกหดตัว ลดการตกเลือด ช่วยขับน้ำคาวปลา ซึ่งทำให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น ขั้นตอนเอาลูกเข้าเต้า เพื่อดูดนมแม่อย่างถูกต้อง ประคองลูกด้วยแขนข้างที่ถนัด แล้วใช้มืออีกข้างนึงจับเต้านม โดยทำมือเป็นรูปตัว C ให้นิ้วหัวแม่มืออยู่ด้านบน และนิ้วมือที่เหลืออยู่ด้านล่าง หรือศึกษาท่าอุ้มลูกในแต่ละช่วงวัย เพิ่มเติมได้ที่ “แนะนำ 6 ท่าอุ้มลูกที่เหมาะกับเด็กแรกเกิดถึง 4 เดือนขึ้นไป” ให้ลูกน้อยใช้ริมฝีปากล่างสัมผัสกับหัวนมแม่ เมื่อลูกน้อยเริ่มอ้าปากกว้างแล้ว กอดลูกให้แนบเต้านม ไม่ควรเอนตัวให้เต้านมเข้าหาลูก พร้อมตรวจดูว่าลูกดูดนมได้ลึกดีไหม โดยให้จมูก แก้ม […]

คุณแม่มือใหม่เช็กเลย สิทธิประกันสังคมฝากครรภ์ มีอะไรปรับบ้าง

สิทธิประกันสังคม

คุณแม่มือใหม่เช็กเลย สิทธิประกันสังคมฝากครรภ์ มีอะไรปรับบ้าง คุณแม่มือใหม่ที่กำลังตั้งครรภ์แล้วยังไม่เคยตรวจสอบสิทธิประกันสังคมมาก่อน รู้หรือเปล่าคะว่าเราสามารถเบิกค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้กับสิทธิประกันสังคมฝากครรภ์ เพราะฉะนั้นเรามาเช็กสิทธิกันหน่อยดีกว่าค่ะว่าปัจจุบัน (อัปเดตปี 2564) มีปรับเพิ่มอะไร และเท่าไหร่บ้าง สิทธิประกันสังคมฝากครรภ์ – ค่าตรวจและฝากครรภ์ ตรวจเช็กสิทธิประกันสังคม บนเว็บไซต์ SSO E-Service  เช็กข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิที่คุณแม่ได้รับ สิ่งที่ประกันสังคมปรับเพิ่มสิทธิ ผู้ประกันตนสามารถเบิกค่าตรวจและฝากครรภ์โดยปรับเพิ่มค่าฝากครรภ์เป็น 5 ครั้ง รวมเป็นเงิน 1,500 บาท จากเดิม 3 ครั้ง 1,000 บาท ดังนี้ อายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ จ่ายในอัตราเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 500 บาท อายุครรภ์มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ จ่ายในอัตราเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 300 บาท อายุครรภ์มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 28 สัปดาห์ จ่ายในอัตราเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน […]

เริ่มต้นสอนลูกให้รู้จักค่าของเงิน ตามความเหมาะสมของช่วงวัย

สอนลูกเรื่องเงิน

เริ่มต้นสอนลูกให้รู้จักค่าของเงิน ตามความเหมาะสมของช่วงวัย พ่อแม่หลายคนคงกำลังปวดหัวกับเรื่องนี้อยู่ใช่ไหมคะ อยากเริ่มปลูกฝังเรื่องเงินตั้งแต่เนิ่น ๆ แต่ไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นยังไงดี ช่วงอายุเท่าไหร่จึงจะเหมาะสม วันนี้เรามีคำตอบมาบอกกัน จากข้อมูลของ moneyasyougrow มีการแบ่งช่วงอายุที่ควรสอนลูกในแต่ละเรื่องไว้ดังนี้ค่ะ อายุ 3-5 ปี สอนให้ลูกรู้ว่า.. เราต้องการเงิน เพื่อซื้อสิ่งต่าง ๆ, เราจะมีเงินได้ต้องทำงานแลกมา, ในบางครั้งต้องรู้จักรอ ก่อนจะซื้อสิ่งที่ต้องการ และความแตกต่างระหว่าง สิ่งที่ต้องการ กับ สิ่งที่จำเป็น อายุ 6-10 ปี สอนให้ลูกรู้ว่า.. บางครั้งเราต้องเลือกว่าจะใช้เงินไปกับอะไร, การซื้อที่ดี ควรเปรียบเทียบราคาก่อน, สั่งของออนไลน์อาจอันตรายและแพงเกินจริง รวมถึงการนำเงินไปฝากธนาคาร มีความปลอดภัยและได้ดอกเบี้ย อายุ 11-13 ปี สอนให้ลูกรู้ว่า.. ทุกครั้งที่ได้เงินมา ควรแบ่งออมด้วย, การใส่รหัสบัตรเครดิต หรือข้อมูลส่วนตัวออนไลน์ อาจโดนขโมยได้, ยิ่งออมเงินเร็ว ยิ่งรวยไว มีระยะเวลาให้ดอกเบี้ยโต และการใช้บัตรเครดิตก็เหมือนกู้เงินมาใช้ อายุ 14-18 ปี สอนให้ลูกรู้ว่า.. โรงเรียนและมหาวิทยาลัยแต่ละที่ มีค่าเทอมและค่าใช้จ่ายที่ต่างกัน, อย่าใช้บัตรเครดิตซื้อของที่ไม่สามารถหาเงินมาจ่ายได้, […]

วิธีดูแลรักษาแผลผ่าคลอดอย่างถูกต้อง ยุบไว หายเร็ว ไม่ติดเชื้อ

แผลผ่าคลอด

วิธีดูแลรักษาแผลผ่าคลอดอย่างถูกต้อง ยุบไว หายเร็ว ไม่ติดเชื้อ คุณแม่ที่ผ่าคลอดน้องมา มักจะมีแผลผ่าคลอดตามมาด้วย ซึ่งจะต้องใช้เวลากว่าที่แผลจะสมานตัวกันจนหายสนิท วันนี้ Cotton Baby เลยมีเคล็ดลับวิธีดูแลแผลผ่าคลอดอย่างถูกต้องมาฝากกัน รับรองว่าทำตามนี้แผลจะไม่เสี่ยงติดเชื้อ พร้อมผิวกลับมาเนียน สวย แน่นอนค่ะ แผลผ่าคลอดมี 2 แบบ แผลผ่าคลอด หลัก ๆ แล้ว แผลผ่าคลอดจะมีด้วยกัน 2 แบบ คือ ผ่าคลอดแนวตั้ง และผ่าคลอดแนวนอน ผ่าคลอดแนวตั้ง เป็นการลงแผลแนวดิ่ง ผ่าบริเวณต่ำกว่าสะดือยาวลงมาบริเวณหัวหน่าว วิธีผ่าคลอดแบบนี้เหมาะกับการคลอดก่อนกำหนด หรือการผ่าคลอดที่จำเป็นต้องนำเด็กออกมาโดยเร็ว ผ่าคลอดแนวนอน เป็นการลงแผลแนวขวาง บริเวณเหนือหัวหน่าวประมาณ 2 – 3 เซนติเมตร วิธีผ่าคลอดแบบนี้เหมาะกับคุณแม่ที่มีรูปร่างอ้วน เพราะไขมันตรงหน้าท้องจะไม่บังมาก เย็บแผลได้ง่ายกว่า และปวดแผลหลังผ่าตัดน้อยกว่าแบบแนวดิ่ง แต่แผลผ่าคลอดแนวนอนเป็นบริเวณที่ชื้น อาจทำให้ติดเชื้อได้ง่าย ต้องดูแลอย่างถูกวิธี แผลผ่าคลอดจะหายเมื่อไหร่ ? โดยปกติแล้วผิวหนังจะสมานตัวภายในเวลาประมาณ 5 – 10 วัน ส่วนชั้นกล้ามเนื้อช่วงผนังหน้าท้องจะใช้เวลาสมานตัวประมาณ […]