สอนการบ้านลูก

สอนการบ้านลูกอย่างไรให้อยากทำการบ้าน

การสอนการบ้านลูกเป็นสิ่งที่พ่อแม่ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง บ่อยครั้งเราพบว่าลูกของเราไม่อยากทำการบ้าน แสดงอาการอิดออดและหน้ามุ่ย นั่นเป็นเพราะเราสอนผิดวิธีหรือเปล่า ลองสังเกตดูว่าเราเร่งให้เขาทำการบ้านให้เสร็จไว ๆ หรือดุเขาเวลาที่ตอบผิดไหม ถ้าใช่! คุณพ่อคุณแม่ต้องเปลี่ยนวิธีการสอนแล้วมาดูใหม่ว่าสอนแบบไหนลูกเราถึงอยากทำการบ้าน

สอนการบ้านลูก

1. เลิกตำหนิติเตียน

ไม่ว่าลูกของเราจะทำการบ้านช้าหรือทำผิด พ่อแม่ก็ไม่ควรตำหนิลูก เพราะอาจทำให้เขารู้สึกแย่และกดดัน ส่งผลให้ปิดกั้นตัวเองจากการเรียนรู้ได้ การที่เด็กอยากเริ่มทำการบ้าน พ่อแม่ต้องเข้าใจก่อนว่า การบ้านคือการเอากลับมาทำที่บ้านที่มีพ่อแม่อยู่ด้วย เพื่อให้เด็กได้ใช้เวลากับครอบครัว เพราะการที่เด็กจะเก่งหรือไม่เก่งนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับโรงเรียนอย่างเดียว แต่อยู่ที่ครอบครัวว่าให้เวลากับลูกและใส่ใจพวกเขาดีแค่ไหน ดังนั้น เราควรที่จะให้กำลังใจ เช่น ถ้าลูกระบายสีออกนอกเส้น พ่อกับแม่ไม่ควรบอกว่าระบายแบบนี้ไม่สวยหรือพูดว่า “อย่าระบายออกนอกเส้นสิลูก” ควรบอกเขาว่า “กล้ามเนื้อมือหนูยังไม่แข็งแรงเหมือนแม่ ไว้เราฝึกกันไปเรื่อย ๆ เนาะ เดี๋ยวมันจะสวยขึ้นเอง”

สอนการบ้านลูก

2. อย่าใช้จำนวนดาวมาวัดคุณภาพ

ตอนที่เรายังเป็นเด็ก วันไหนที่เราได้ดาวแค่ 3 ดวง แต่เพื่อนได้ 4 ดวง เรายังรู้สึกแย่ แล้วทำไมลูกของเราจะไม่รู้สึกแบบนั้นล่ะ ความจริงเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใช้มาตรฐานอะไรในการวัดว่าจะให้ดาวกี่ดวง อาจจะแค่วันนี้ลูกงอแงแล้วเราให้ 3 ดวง แต่ถ้าเมื่อวานได้ 5 ดวง เขาจะรู้สึกแย่ทันทีว่าทำไมยิ่งทำยิ่งได้น้อย และส่งผลให้ไม่อยากทำการบ้านอีก ทางที่ดีพ่อแม่ควรเสริมแรงทางบวกด้วยการกอดหรือหอม ลูกจะได้รู้ว่าทุกครั้งที่ทำการบ้านเขาจะได้รับความรักอย่างเต็มที่และอยากทำทุกวัน

สอนการบ้านลูก

3. กำหนดเวลาทำการบ้าน

สำหรับการกำหนดเวลาทำการบ้าน พ่อแม่ต้องสังเกตพฤติกรรมของลูกว่าเขาทำได้ดีช่วงเวลาไหน ซึ่งบางคนอาจจะทำได้ดีหลังกลับมาจากโรงเรียน เพื่อให้ตัวเองได้มีเวลาเล่นยาว ๆ หรือบางคนอาจจะหลังทานมื้อเย็นไปแล้ว เพราะกินอิ่ม ซึ่งความหิวก็มีผลต่ออารมณ์ให้เราอยากหรือไม่อยากทำอะไรเช่นเดียวกัน และเมื่อเรากำหนดเวลาได้แล้ว ก็ต้องตรงต่อเวลาเพื่อฝึกวินัยให้กับลูกว่าถึงเวลาต้องทำการบ้าน และครั้งต่อ ๆ ไปเขาจะมาทำการบ้านโดยที่เราไม่ต้องบอก