ฝากครรภ์

ตอบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับการฝากครรภ์ ที่คุณแม่ป้ายแดงต้องอ่าน!

การฝากครรภ์สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ว่าจะเป็นครรภ์แรกหรือครรภ์ถัดไปก็ตาม ล้วนมีความสำคัญต่อตัวคุณแม่และคุณลูกมากนะคะ เพราะคุณหมอจะมีคำแนะนำที่ถูกต้องสำหรับการดูแลสุขภาพของคุณแม่และเด็กให้ปลอดภัย วันนี้ Cotton Baby เลยได้ทำการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการฝากครรภ์โรงพยาบาลมาฝากคุณแม่กันค่ะ

ข้อควรรู้ ‘ก่อน’ ฝากครรภ์

ฝากครรภ์สำคัญยังไง?

  • คุณแม่มีสุขภาพครรภ์ที่แข็งแรง ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ไปจนถึงก่อนคลอด
  • ได้รับคำแนะนำและการวางแผนดูแลสุขภาพครรภ์อย่างถูกต้อง
  • ส่งผลดีต่อสุขภาพจิต ลดความวิตกกังวลเกี่ยวกับการตั้งครรภ์
  • เป็นการติดตามพัฒนาการของทารกในครรภ์ว่าเจริญเติบโตตามปกติหรือไม่
  • การฝากครรภ์จะช่วยให้คุณหมอเห็นถึงความผิดปกติในระหว่างตั้งครรภ์ได้ ทำให้รักษาได้ทันเวลา เช่น โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ โรคลมชัก ครรภ์เป็นพิษ เป็นต้น

ควรเริ่มฝากครรภ์ตอนไหน?

คุณแม่สามารถเข้ารับการฝากครรภ์ได้เลยทันที่ที่รู้ตัวแล้วว่าตั้งครรภ์ หรือควรเข้ารับการฝากครรภ์ในช่วงไตรมาสแรก ก่อนอายุครรภ์ครบ 12 สัปดาห์ เพื่อตรวจดูความปลอดภัยของทั้งคุณแม่และทารก ซึ่งทางคุณหมอจะทำการนัดหมายเป็นประจำตลอดระยะเวลาการตั้งครรภ์ไปจนถึงวันคลอด

ขั้นตอนเตรียมตัวสำหรับฝากครรภ์

ขั้นตอนการเตรียมตัว และสิ่งที่ต้องเตรียมไปด้วย สำหรับการฝากครรภ์

เตรียมตัวสำหรับคุณแม่มือใหม่ที่ตั้งครรภ์แรก คงจะกำลังคิดอยู่ใช่ไหมคะว่าจะฝากครรภ์ที่ไหนดี? ซึ่งความจริงแล้วมันก็ไม่ได้มีอะไรมาตัดสินตายตัวหรอกนะคะ แนะนำให้คุณแม่เลือกตามความเหมาะสมและความสะดวกเลยค่ะ เพราะเราต้องไปตรวจตามนัดของคุณหมอเป็นประจำ หากเลือกโรงพยาบาลที่เดินทางไกลก็อาจจะทำให้คุณแม่เหนื่อยได้ รวมถึงเพื่อความสะดวกในเวลาที่เกิดเหตุฉุกเฉินด้วยค่ะ

ทั้งนี้ สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีประวัติการรักษาโรคมาก่อน เช่น โรคเบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง จะเลือกฝากครรภ์กับโรงพยาบาลที่มีประวัติรักษาอยู่แล้วก็ได้นะคะ เพราะทางคุณหมอจะมีประวัติการรักษาและการใช้ยา ซึ่งส่งผลดีในการดูแลครรภ์ตลอดจนการคลอด

ขั้นตอนการฝากครรภ์

  1. คุณหมอซักถามประวัติอย่างละเอียด เช่น ตั้งครรภ์ครั้งที่เท่าไหร่ วันที่มีประจำเดือนครั้งล่าสุด การใช้ยาหรืออาหารเสริม โรคประจำตัว ประวัติการเจ็บป่วย รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่หรือไม่
  2. ตรวจร่างกายอย่างละเอียด เพื่อเช็กปัญหาด้านสุขภาพ หรืออาจมีการตรวจภายในตามข้อบ่งชี้
  3. ตรวจเลือด สำหรับการฝากครรภ์ครั้งแรก เพื่อคัดกรองโรคและประเมินความเสี่ยงโรคที่อาจมีผลต่อทารกในครรภ์ เช่น ภาวะโลหิตจาง โรคธาลัสซีเมีย โรคติดเชื้อต่าง ๆ ภูมิคุ้มกันของมารดาและหมู่เลือด
  4. ตรวจครรภ์ โดยการคลำความสูงของมดลูก ว่าเหมาะสมกับอายุครรภ์หรือไม่
  5. ฟังการเต้นของหัวใจทารก หรืออัลตราซาวด์ (ขึ้นอยู่กับอายุครรภ์ที่เหมาะสม)

ฝากครรภ์ครั้งแรก ต้องเตรียมสิ่งนี้ไปด้วย

  • บัตรประชาชนของคุณแม่ และคุณพ่อ
  • ประวัติการเจ็บป่วย การแพ้ยา การคลอดลูก โรคประจำตัว การแท้งบุตร ประวัติความเสี่ยงต่อโรคทางพันธุกรรม
  • ข้อมูลการมีประจำเดือนครั้งสุดท้าย โดยนับจากวันแรกของการมีประจำเดือนครั้งล่าสุด
  • จะให้ดีพาคุณสามีมาด้วยนะคะ

ฝากครรภ์โรงพยาบาลรัฐ หรือ เอกชน ต่างกันยังไง?

ฝากครรภ์โรงพยาบาลรัฐ หรือ เอกชน

อย่างที่เราได้แนะนำไปแล้วว่าให้คุณแม่เลือกฝากครรภ์ตามความเหมาะสม และควรเลือกใกล้บ้านเพื่อความสะดวก แต่เราก็มักจะสงสัยว่า เอ๊ะ แล้วฝากครรภ์โรงพยาบาลรัฐกับเอกชนต่างกันยังไง เราสรุปมาให้แล้วดังนี้

ฝากครรภ์โรงพยาบาลรัฐบาล

  • เหมาะกับคุณแม่ที่ไม่อยากเสียค่าใช้จ่ายในการฝากครรภ์เยอะ เพราะสามารถฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลรัฐใกล้บ้านได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายสามารถใช้สิทธิ์ได้ตามที่คุณแม่ถือ ไม่ว่าจะเป็น บัตรทอง ประกันสังคม และสวัสดิการรักษาพยาบาลราชการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 1330 สายด่วนสำนักงานหล