ชมลูก

ชมลูกแบบนี้ ดีต่อเขาจริงหรือ
| วิธีชมลูกที่พ่อแม่ส่วนใหญ่ยังไม่รู้

การชมลูกเปรียบเสมือนดาบสองคม เพราะบางครั้งการใช้คำพูดดี ก็ส่งผลในแง่ลบ การเลือกคำมาชมเชยลูกจึงเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่พ่อแม่ต้องเรียนรู้เนื่องจากวัยเด็กเป็นวัยที่อ่อนไหวง่าย พูดผิดนิดเดียวก็สามารถทำให้เขารู้สึกแย่ หรืออาจตีความว่าดีจนเกินไปจนทำให้เขากลายเป็นคนหลงตัวเอง รู้แบบนี้…คุณพ่อคุณแม่คงเริ่มหนักใจแล้วใช่ไหมคะว่าจะต้องชมลูกแบบไหนถึงจะดีต่อตัวเขา แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ เพราะ Cottonbaby มีทั้ง Do & Don’t การชมลูกมาให้พร้อมแล้ว

การชมลูกที่ดี

เวลาที่พ่อแม่ชมลูก คำชมต้องมาจากใจ มีการยิ้ม กอด ลูบหัวเบา ๆ และควรชมทันทีที่เห็น อย่าปล่อยผ่านแล้วค่อยมาชมในวันหลัง ไม่ควรชมไปเรื่อย หรือชมในวันที่ไร้ที่มาที่ไป เพราะคำชมจะดูไม่มีน้ำหนัก

การชมลูกที่ดี อย่าโอเวอร์

พ่อแม่ต้องชมลูกตามความเป็นจริง ไม่โอเวอร์จนเกินไป หลีกเลี่ยงคำชมที่ปลูกฝังว่าลูกฉันดีกว่าใคร ๆ เพราะจะทำให้เด็กกลายเป็นคนหลงตัวเองและขี้เก๊ก ดีไม่ดีอาจถึงขั้นเหลิงได้ เช่น การชมลูกว่า “หนูเตะบอลเก่งอย่างกับนักฟุตบอลระดับโลก เตะแบบนี้ไม่มีใครสู้หนูได้แน่เลย” หรือบางทีลูกเราอาจไม่ได้คิดเลขไว เพียงแค่ทำตาม Step แต่เราชมลูกว่า “เก่งจังเลย คิดเลขได้ไวแบบนี้ แม่เชื่อว่าหนูต้องเก่งกว่าทุกคนในโรงเรียนอยู่แล้ว” ซึ่งพ่อแม่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เปลี่ยนมาชมแบบ “แม่ดีใจจังเลย แม่เห็นหนูตั้งใจมาก ๆ หนูเลยทำได้”

การชมลูกที่ดี ต้องไม่กดดันเขา

การชมลูกต้องชมด้วยความภูมิใจกับผลที่ลูกได้ ไม่ควรทำให้เขารู้สึกว่าพ่อแม่ไม่ได้ภูมิใจกับสิ่งที่เขาทำจริง ๆ เช่น “เก่งจังเลยลูก สอบได้คะแนน 8 เต็ม 10 แต่แม่ว่าคราวหน้าหนูควรจะทำให้ดีกว่านี้นะ” เด็กจะรู้สึกว่าตัวเองทำได้ไม่ดีพอ ลองเปลี่ยนมาพูดให้กำลังใจแบบนี้ดีกว่า เช่น “เก่งมากลูก เพราะหนูตั้งใจอ่านหนังสือ หนูเลยทำได้ แต่ถ้าหนูอยากทำให้ดีขึ้น แม่เชื่อว่าตั้งใจมากขึ้น หนูจะทำข้อสอบได้ดีขึ้นแน่ ๆ จ้ะ” การพูดแบบนี้จะเป็นการทำให้เด็กมีกำลังใจสู้ต่อ และรู้ว่าตัวเองต้องทำยังไงถึงจะได้คะแนนดี

การชมลูกที่ดี ต้องไม่มีน้ำเสียงประชดประชัน

อย่าชมลูกด้วยการประชดประชัน เพราะเขาจะรู้สึกทำอะไรก็ไม่เห็นค่า เพราะพ่อแม่บางคนมุ่งแต่จะติ บางครั้งลูกทำดี แต่พ่อแม่กลับหาข้อเสียหรือเอาเรื่องอดีตมาพูด ทำให้สิ่งที่เขาทำไม่มีความหมายอะไรเลย เช่น พ่อแม่พูดว่า “แหม วันนี้น่ารักนะ ถูบ้านให้ด้วย ท่าทางฝนจะตก” “อุ๊ย! วันนี้ลูกแม่ช่วยทำงานบ้านด้วย อยากได้อะไรอีกล่ะจ๊ะ” “เก่งนะ แต่ถ้าลูกทำแบบนี้ตั้งแต่แรก คงได้คะแนนดีไปแล้วนะเนี่ย” ทางที่ดีควรชมที่การกระทำดี ๆ ของเขา ณ ปัจจุบัน และชวนเขาทำกิจกรรมอย่างอื่นต่อ เพื่อให้เขารู้ว่าเขาจะสามารถทำอย่างอื่นให้ดีด้วยเช่นกัน เพราะได้รับการเสริมแรงทางบวกจากพ่อแม่

วิธีชมลูก

สิ่งที่พ่อแม่มักจะชมลูกอีกอย่างหนึ่ง คือการชมรูปลักษณ์ภายนอกมากกว่าตัวตนที่แท้จริงภายใน เช่น “ลูกแม่สวยนะเนี่ย ผิวดี โตขึ้นไปเป็นดาราได้เลย” คุณพ่อคุณแม่อย่าลืมนะคะว่าลูกเราโตขึ้นเรื่อย ๆ และทุกอย่างย่อมมีการเปลี่ยนแปลง อะไรที่ไม่จีรังก็ไม่ควรให้น้ำหนักมากนัก เพราะเขาจะยึดติด แล้วถ้าวันหนึ่งเขาโตขึ้นมาแล้วมันไม่เหมือนเดิม เขาก็จะวิตกกังวล จนกลายเป็นเด็กที่เครียดและหมกมุ่นกับรูปลักษณ์ของตัวเองตลอดเวลา ควรชมลูกจากข้างในจะดีกว่า เช่น “วันนี้หนูทำดีมาก ช่วยแม่เก็บบ้าน ไหนมาให้แม่กอดทีซิ” การสัมผัสไปพร้อมกับการชมจะช่วยให้ลูกรู้ว่าแม่รักเขาที่ตัวตนจริง ๆ  

การที่พ่อแม่ชมลูกเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าจะให้ลูกรู้สึกดีด้วย พ่อแม่ต้องรู้จักเลือกใช้คำพูดและวิธีการชมที่ไม่ทำร้ายลูกทางอ้อม และส่งผลต่อทัศนคติเชิงบวกของเขาในระยะยาว อย่าลืมว่าเด็กเล็ก ๆ ก็เหมือนผ้าขาวที่พร้อมจะรับสิ่งต่าง ๆ เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของตัวเองอยู่ตลอดเวลา เราจึงจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้คำพูดและการแสดงออกกับเขา เพื่อให้เขาสามารถเติบโตขึ้นด้วยทัศนคติที่ดีพร้อมสมวัยได้อย่างเต็มที่

หนังสือ “มนุษย์มหัศจรรย์ก็แม่นี่แหละ” โดย คุณหมอแอน

SHARE

RELATED POSTS

“ว้ายตายแล้ว! ทำไมลูกฉันพูดคำนี้ออกมา ไม่เคยสอนเลยนะ” จัดการยังไงเมื่อลูกพูดคำหยาบให้ได้ยิน…
เด็กฟันผุ ปัญหาสุดคลาสสิกที่พ่อแม่มักไม่ให้ความสำคัญ ได้เวลาหยุดพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้ลูกฟันผุ ด้วยการปรับเปลี่ยนของใช้และพฤติกรรมของน้องกัน…
พบกับวิธีรับมือลูกอาละวาด ที่พ่อแม่ไม่ต้องรู้สึกผิดเมื่อใช้อารมณ์จัดการกับลูก แถมยังฝึกให้ลูกควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้เร็วขึ้น ไม่ต้องดุก็หยุดร้องได้…