ตั้งครรภ๋

5 ความเปลี่ยนแปลงของผิวพรรณขณะตั้งครรภ์
ที่คุณแม่อุ้มท้องต้องรับมือ

การตั้งครรภ์ทำให้ผิวพรรณของแม่เกิดความเปลี่ยนแปลงในหลายจุด จนเกิดความไม่มั่นใจตามมา วันนี้ Cotton Baby จะพาว่าที่คุณแม่ไปดูกันว่า ‘ความเปลี่ยนแปลงของผิวพรรณ
ขณะตั้งครรภ์’
มีอะไรบ้าง จะได้เตรียมตัวรับมือกันได้ถูกวิธี และมีความสุขกับการดูแลทั้งผิวและลูกน้อยไปพร้อมๆ กัน

ท้องแตกลาย

ผิวแตกลายงา (Stretch Mark)

‘ผิวแตกลายงา’ เป็นปัญหาด้านผิวพรรณที่คุณแม่ตั้งครรภ์ 90 เปอร์เซ็นต์ต้องเผชิญ โดยจะปรากฏเป็นลายเส้นสีชมพูพาดไปตามหน้าท้องและหน้าอก บางทีลามไปถึงสะโพก ก้น และต้นขาของคุณแม่ หากปล่อยไว้นานจะเปลี่ยนเป็นสีแดงและแดงอมม่วง ไล่ไปตามลำดับ ความเปลี่ยนแปลงนี้เกิดจากผิวหนังและเนื้อเยื่อขยายตัวอย่างรวดเร็วตามน้ำหนักตัวและขนาดของร่างกาย ส่งผลให้อีลาสตินและคอลลาเจนที่ผิวหนังชั้นในถูกยืดออก จนโครงสร้างคอลลาเจนถูกทำลาย เกิดเป็นรอยแตกที่มีความยาว 1-10 เซนติเมตร ยิ่งทิ้งไว้นานจนกลายเป็นรอยแตกเก่า (สีขาวคล้ายเส้นไขมัน) จะยิ่งรักษาให้หายยาก

วิธีรับมือผิวแตกลายงา 

เคล็ดลับดูแลผิวแตกลายงามีหลายวิธี แต่ที่ง่ายที่สุดคงหนีไม่พ้นการให้อาหารผิว ทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นและยืดหยุ่น ซึ่งช่วยลดโอกาสในการแตกลายงาได้ดี ทั้งนี้การเพิ่มความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นไม่จำเป็นต้องมาจากการทาครีมเพียงเดียว แต่การดื่มน้ำสะอาดอย่างเพียงพอและเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ก็สำคัญ โดยเมนูที่แนะนำคือเมนูที่อุดมไปด้วยวิตามินอี วิตามินซี สังกะสี และซิลิกา เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนและป้องกันเนื้อเยื่อเสียหายได้ นอกจากนี้การออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตทั่วร่างกาย ก็ช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นให้ผิวหนังได้ ทั้งยังลดอาการเส้นเลือดขอด และอาการบวมที่ข้อเท้าของแม่ตั้งครรภ์ได้ด้วย   

ผู้หญิงจับหน้า

ผิวคล้ำเสีย (Mask Of Pregnancy)

เมื่อตั้งครรภ์ระดับฮอร์โมนเพศหญิงอย่างเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนของคุณแม่ จะเพิ่มสูงขึ้นมากเป็นพิเศษ โดยฮอร์โมน 2 ชนิดนี้นอกจากมีผลโดยตรงต่อระบบสืบพันธุ์ การตกไข่ และการมีประจำเดือนแล้ว ยังมีผลกระตุ้นให้เม็ดสีเมลานินทำงานผิดปกติ จนสีผิวของคุณแม่คล้ำขึ้นด้วย ส่วนใหญ่สีผิวจะคล้ำขึ้นบริเวณใบหน้า เรียกว่า ‘กระและฝ้า (chloasma / melasma)’ นอกจากนี้ยังมักเกิดรอยคล้ำบริเวณคอ รักแร้ เส้นกลางท้อง รอบอก หัวนม รวมถึงริมฝีปากด้วย ความเปลี่ยนแปลงของผิวลักษณะนี้จะเกิดขึ้นในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ และเมื่ออายุครรภ์มากขึ้นสีผิวก็จะเข้มขึ้นตามไปด้วย 

วิธีรับมือผิวคล้ำเสีย 

ไม่ต้องตกใจไป เพราะความเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นเรื่องปกติที่ผู้หญิงตั้งครรภ์ทุกคนต้องเจอ เมื่อคลอดน้องแล้วรอยคล้ำที่เคยทำให้หมดความมั่นใจจะจางลงเอง ระหว่างอุ้มท้องคุณแม่ทำได้เพียงดูแลผิวพรรณที่บอบบางไม่ให้คล้ำลงยิ่งกว่าเดิม เริ่มจากเติมความชุ่มชื้นและวิตามินอีให้ผิว ซึ่งหาได้จากน้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก และโลชั่นต่างๆ หากจำเป็นต้องออกไปที่กลางแจ้งควรสวมเสื้อผ้าแขนยาว ขายาว หรือกางร่ม เพื่อป้องกันผิวจากแสงแดดที่ทำให้ผิวเข้มยิ่งกว่าเดิม ที่สำคัญควรงดใช้น้ำหอม โรลออน และผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกลิ่นสังเคราะห์รุนแรงทาตรงรักแร้หรือซอกคอโดยตรง เพราะสารเคมีจะยิ่งกระตุ้นผิวให้คล้ำขึ้น นอกจากนี้คุณแม่ยังสามารถใช้สูตรขัดผิวแบบบ้านๆ อย่าง ‘มะขามเปียกผสมน้ำผึ้ง’ สครับผิวเบาๆ แล้วทิ้งไว้สัก 5 นาที ก็ช่วยบำรุงผิวให้กระจ่างใสขึ้นได้เช่นกัน แต่อย่าลืมว่า หลังคลอดน้องแล้วควรบำรุงผิวต่อเนื่องด้วยสูตรเดิมที่ใช้ประจำต่ออีก 3 เดือน  เพื่อคืนผิวกระจ่างใสเหมือนก่อนตั้งครรภ์ให้กลับมาโดยเร็ว

ผู้หญิงซับหน้า

ผิวสว่างและมันมากกว่าปกติ (Pregnancy Glow)

ไม่เพียงแต่ปัญหาผิวคล้ำเสียที่ทำให้หนักใจ แม่ตั้งครรภ์บางคนยังกังวลใจกับผิวหน้าที่สว่างขึ้นอย่างผิดปกติด้วย ปัญหานี้ฟังดูคลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นเรื่องดี เพราะทำให้ผิวแลดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลมากขึ้น แต่ในความเป็นจริงอ