สีตกขาวบอกโรคได้
สีตกขาวบอกโรคได้

อย่ามองข้าม! สีตกขาวลูกสาวบอกโรคได้ ที่พ่อแม่ห้ามละเลย

          ในทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็นคุณแม่ที่อยากส่งต่อความรู้เรื่องสุขภาพให้ลูกสาว หรือคุณแม่มือใหม่ที่กำลังเริ่มเรียนรู้สัญญาณร่างกายต่าง ๆ ของร่างกาย เรื่องหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลยก็คือ “สีตกขาว” เพราะนี่อาจเป็นสัญญาณเงียบที่บอกถึงปัญหาสุขภาพภายในได้แบบไม่รู้ตัว หลายครอบครัวอาจยังไม่รู้ว่าแต่ละเฉดสีของตกขาวสามารถบ่งบอกโรคหรือภาวะผิดปกติได้ ในบทความนี้ Cotton Baby เลยขอพาคุณแม่และลูกสาวมาเรียนรู้และสังเกตสีตกขาวแต่ละแบบ พร้อมวิธีรับมืออย่างถูกต้องกัน เพื่อให้เข้าใจร่างกายมากขึ้น และป้องกันปัญหาได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

ตกขาวคืออะไร?

ตกขาวคืออะไร? เข้าใจง่าย ๆ ในแบบผู้หญิงด้วยกัน

          “ตกขาว” เป็นของเหลวที่ร่างกายผู้หญิงเราสร้างขึ้นตามธรรมชาติ ถูกขับออกมาทางช่องคลอด มีหน้าที่ช่วยให้บริเวณนั้นชุ่มชื้น ลดการเสียดสี ป้องกันการติดเชื้อ และช่วยรักษาความสมดุลของจุดซ่อนเร้น จริง ๆ แล้วตกขาวไม่ใช่เรื่องน่ากังวล เพราะมันเป็นสัญญาณที่บอกว่าร่างกายเรากำลังทำงานตามปกติ เพียงแต่ลักษณะของตกขาว เช่น สี กลิ่น หรือปริมาณ อาจเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลาของรอบเดือน ดังนี้

วันที่ 1-5 ของรอบเดือน : ช่วงมีประจำเดือน จะยังไม่เห็นตกขาวชัดเจน เพราะร่างกายขับเลือดออกมา

วันที่ 6-14 ของรอบเดือน : หลังหมดประจำเดือน ตกขาวจะน้อยลง ลักษณะขุ่น สีขาวหรือเหลืองเล็กน้อย อาจเหนียว ๆ ได้

วันที่ 14-25 ของรอบเดือน : ช่วงก่อนและหลังไข่ตก ตกขาวจะเปลี่ยนเป็นเมือกลื่น ๆ คล้ายไข่ขาว จากนั้นจะกลับมาขุ่น ๆ อีกครั้ง

วันที่ 25-28 ของรอบเดือน : ก่อนมีประจำเดือนรอบใหม่ ตกขาวจะลดลง จนบางคนอาจแทบไม่เห็นเลย

            ทั้งหมดนี้ถือว่าปกติ แต่ถ้าเมื่อไรที่ตกขาวมีกลิ่นแรง สีแปลก ๆ หรือมีอาการคัน แสบร่วมด้วย นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายอาจกำลังมีปัญหา

แบบไหนที่เรียก “ตกขาวผิดปกติ”

แบบไหนที่เรียก “ตกขาวผิดปกติ”

          ตกขาวผิดปกติ คือ ตกขาวที่มีลักษณะ สี กลิ่น หรือปริมาณที่เปลี่ยนแปลงไปจากปกติ รวมถึงอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น คัน แสบร้อน เจ็บในช่องคลอด หรือมีเลือดปนออกมา อาการเหล่านี้มักเป็นสัญญาณของความผิดปกติ ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อ เช่น เชื้อรา แบคทีเรีย หรือไวรัส ทำให้ลักษณะของตกขาวเปลี่ยนไป สาเหตุที่พบได้บ่อยของตกขาวผิดปกติ ได้แก่

  • การติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราในช่องคลอด
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ช่วงตั้งครรภ์ หรือก่อนมีประจำเดือน
  • พฤติกรรมการทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นที่ไม่เหมาะสม เช่น การสวนล้างบ่อยเกินไป หรือใช้น้ำยาที่ระคายเคือง
  • การใส่ชุดชั้นในที่อับชื้น ระบายอากาศได้ไม่ดี

               หากมีตกขาวที่เปลี่ยนแปลงไปจากปกติ ควรสังเกตอาการร่วม และรีบปรึกษาแพทย์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและรับการรักษาอย่างเหมาะสม เพราะบางครั้งอาจเป็นสัญญาณของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หรือภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้

สังเกตให้ดี! สีตกขาวบอกโรคได้

สังเกตให้ดี! สีตกขาวบอกโรคได้มากกว่าที่คิด

  • สีตกขาวสีเทา หรือเทาอ่อน

        ตกขาวลักษณะนี้มักมาพร้อมกลิ่นเหม็นอับหรือกลิ่นคาว มักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในช่อง           คลอดที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ การใช้ยาสวนล้างช่องคลอด หรือการรับยาปฏิชีวนะติดต่อกัน             นาน ๆ ทำให้แบคทีเรียดีในช่องคลอดเสียสมดุล

  • สีตกขาวเหลืองอ่อน หรือขาวขุ่นผิดปกติ
    ตกขาวที่มีสีขาวขุ่นหรือใสคล้ายแป้งเปียก ไม่มีกลิ่นเหม็นส่วนใหญ่เป็นตกขาวปกติ แต่ถ้าหากมีลักษณะเป็นก้อนข้นเหนียวคล้ายโยเกิร์ต เหม็นอับ และมีอาการคัน ในบางรายอาจมีอาการปัสสาวะแสบขัดร่วมด้วย อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อราในช่องคลอด
  • สีตกขาวเหลืองเข้ม
    ตกขาวสีนี้มักมีกลิ่นคาวแรง ร่วมกับอาการคันหรือปัสสาวะขัด อาจเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น โรคหนองใน หรือเกิดจากเชื้อรา และเชื้อไวรัส
  • สีตกขาวเขียว หรือเหลืองปนเขียว
    ลักษณะนี้ถือว่าเสี่ยงมาก มักมีกลิ่นคาวแรง และมีอาการคันอย่างเห็นได้ชัด ส่วนใหญ่มาจากการติดเชื้อแบคทีเรียรุนแรง หรือการติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ หากมีสีตกขาวลักษณะนี้ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
  • สีตกขาวมีเลือดปน หรือสีน้ำตาล
    อาจมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ร่วมด้วย บางครั้งเกิดหลังหมดประจำเดือนไม่นาน แต่หากพบว่ามีเลือดปนตกขาวบ่อยครั้ง ควรระวังการติดเชื้อที่ปากมดลูก หรือภาวะเลือดออกจากการตกไข่ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียด
  • สีตกขาวมีฟอง
    หากตกขาวมีลักษณะเป็นฟอง มักมาพร้อมอาการแสบ คัน และรู้สึกไม่สบายขณะปัสสาวะ สาเหตุหลักคือการติดเชื้อทริโคโมแนส (Trichomonas vaginalis) ในช่องคลอด ซึ่งสามารถติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ได้โดยตรง
  • สีตกขาวชมพู หรือชมพูจาง ๆ
    ตกขาวสีนี้มักพบในผู้หญิงหลังคลอด และอาจเกิดจากการหลุดลอกของเยื่อบุโพรงมดลูกหลังการคลอด ถือเป็นภาวะที่สามารถเกิดขึ้นได้ในระยะฟื้นตัวของร่างกาย
วิธีป้องกันและรักษาอาการตกขาว
สีตกขาวไม่ปกติ รักษายังไงดี?

          ถ้าตกขาวผิดปกติเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย แพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะเพื่อจัดการกับเชื้อ แต่ถ้าเป็นการติดเชื้อที่ติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ แพทย์มักจะแนะนำให้รักษาทั้งตัวเราและคู่นอนไปพร้อมกัน เพื่อลดโอกาสกลับมาติดซ้ำ ในกรณีที่ตกขาวผิดปกติเกิดจากเชื้อรา แพทย์จะให้ยาฆ่าเชื้อรา ซึ่งอาจเป็นยากินหรือยาสอด ขึ้นอยู่กับอาการและวิธีที่เหมาะสมกับเราที่สุด แต่อย่าลืมนะว่าถ้าเริ่มมีอาการผิดปกติแล้วปล่อยไว้ไม่ไปพบแพทย์ อาการอาจลุกลามได้ โดยเฉพาะถ้าเกิดจากเชื้อที่รุนแรง อย่างเช่น “หนองใน” ถ้าปล่อยไว้ อาจลามไปถึงอุ้งเชิงกราน ทำให้เกิดการอักเสบได้ เพราะฉะนั้นถ้าเริ่มมีตกขาวแปลก ๆ อย่าชะล่าใจ รีบไปหาคุณหมอจะดีที่สุด

วิธีป้องกันสีตกขาวผิดปกติแบบง่าย ๆ
  • ดูแลความสะอาดจุดซ่อนเร้นให้ดี ใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน ไม่สวนล้างช่องคลอดถ้าไม่จำเป็น เพราะอาจไปทำลายสมดุลของเชื้อดีในร่างกายได้
  • เลือกใส่ชุดชั้นในที่ระบายอากาศได้ เนื้อผ้าที่แนะนำคือผ้าฝ้าย ใส่แล้วสบาย ไม่อับ ไม่อึดอัด
  • หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน หรือการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับคนอื่น หลีกเลี่ยงการกินยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น เพราะอาจทำให้เชื้อในช่องคลอดเสียสมดุล
  • ตรวจภายในเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะถ้าเริ่มมีอาการผิดปกติ จะได้รักษาได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

          เรื่องเล็ก ๆ อย่าง “สีตกขาว” อาจไม่ใช่เรื่องเล็กเสมอไป เพราะมันคือภาษาร่างกายที่กำลังบอกอะไรบางอย่างกับเราอยู่เสมอ โดยเฉพาะผู้หญิงทั้งวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ ที่ควรใส่ใจการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ให้มากขึ้น สำหรับคุณแม่การได้พูดคุยเรื่องตกขาวกับลูกสาวอย่างเปิดใจไม่ใช่แค่ช่วยเสริมความเข้าในร่างกาย แต่ยังเป็นการวางรากฐานเรื่องสุขภาพที่แข็งแรงให้กับลูกอีกด้วย ส่วนคุณลูกก็จะได้เรียนรู้ที่จะรักและดูแลตัวเองอย่างถูกต้องตั้งแต่เนิ่น ๆ แค่เริ่มใส่ใจตั้งแต่วันนี้ ก็ถือเป็นก้าวสำคัญของการดูแลสุขภาพที่ดีในระยะยาวได้

SHARE

RELATED POSTS

ทำไมลูกน่ารักกับทุกคน ยกเว้นคนที่บ้าน!? ทำไมเจ้าตัวเล็กกลับบ้านมาทีไรกลายร่างเป็นเด็กขี้โมโห พูดห้วน…
ฝึกลูกให้รักสะอาดตั้งแต่เด็ก เริ่มแบบไหนดี!? การฝึกลูกให้รักสะอาดตั้งแต่เด็กไม่เพียงแต่ช่วยให้เขาทำความสะอาดบ้านเป็นหรือเสื้อผ้าไม่เลอะเทอะ แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพกายและใจของเด็ก…