
คุณแม่หลังคลอดห้ามทำ! เช็กลิสต์พฤติกรรมที่แม่มือใหม่ควรรู้
หลังคลอดคือช่วงเวลาที่คุณแม่เต็มไปด้วยหลากหลายอารมณ์ ทั้งดีใจที่ได้เจอหน้าลูก ความเหนื่อยล้าจากการพักไม่เต็มที่ และความกังวลใจเกี่ยวกับร่างกายของตัวเองที่ยังอยู่ในช่วงฟื้นฟู ไม่ว่าจะเป็นคุณแม่คลอดธรรมชาติหรือผ่าคลอด ร่างกายและจิตใจล้วนต้องการเวลาในการปรับตัว
หลายบ้านอาจจะเคยได้ยินคำเตือนจากคนรอบตัวว่า “ห้ามทำแบบนั้นนะ” “อย่าเพิ่งทำแบบนี้” ซึ่งบางเรื่องก็มีหลักการทางการแพทย์รองรับจริง แต่ในขณะเดียวกันก็มีบางความเชื่อที่ส่งต่อกันมานาน จนทำให้คุณแม่เผลอปฏิบัติตัวไม่เหมาะสมโดยไม่รู้ตัว และอาจส่งผลต่อการฟื้นตัวได้
บทความนี้ Cotton Baby อยากชวนคุณแม่หลังคลอดทุกคน มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ พฤติกรรมห้ามทำหลังคลอด ที่ควรเลี่ยง เพื่อลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้น และทำให้การดูแลลูกน้อยในช่วงแรกเป็นไปอย่างราบรื่นและสบายใจมากขึ้น จะมีเรื่องไหนบ้างตามไปดูพร้อมกันเลย~
ทำไมคุณแม่หลังคลอดถึงต้องระวังเป็นพิเศษ
หลังคลอด ร่างกายของคุณแม่ต้องเจอกับการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างพร้อมกัน ทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ว่าจะเป็น
- มดลูกที่กำลังหดตัวกลับสู่สภาพปกติ ซึ่งต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู
- ฮอร์โมนที่มีการปรับตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่ออารมณ์ พลังงาน และสภาพจิตใจ
- แผลจากการคลอดธรรมชาติหรือการผ่าคลอด ที่ยังต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด
- ภาวะเสียเลือด และความอ่อนล้าของร่างกาย จากกระบวนการคลอดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ

ในช่วงเวลานี้ หากคุณแม่ฝืนใช้ร่างกายเร็วเกินไป หรือดูแลตัวเองไม่เหมาะสม อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพต่าง ๆ เช่น แผลหายช้า เลือดออกผิดปกติ การติดเชื้อ อาการปวดหลังเรื้อรัง ไปจนถึงภาวะซึมเศร้าหลังคลอดได้ ดังนั้น การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีในช่วงหลังคลอดจึงเป็นสิ่งสำคัญ ไม่เพียงช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้น แต่ยังช่วยให้คุณแม่มีพลังและความพร้อมในการดูแลลูกน้อยได้อย่างมั่นใจในทุกวัน
พฤติกรรมห้ามทำหลังคลอด ที่แม่มือใหม่ต้องรู้
1. ไม่ควรยกของหนัก หรือใช้แรงมากเกินไป

แม้คุณแม่จะรู้สึกว่าร่างกายเริ่มไหวแล้ว แต่ความจริงแล้วกล้ามเนื้อหน้าท้อง อุ้งเชิงกราน และมดลูกยังอยู่ในช่วงพักฟื้นตัว การยกของหนัก เช่น ถังน้ำ ตะกร้าผ้า หรือของที่มีน้ำหนักมาก อาจเพิ่มแรงดันในช่องท้องส่งผลให้แผลฉีกขาด มดลูกหย่อน หรือเกิดอาการปวดหลังและปวดเชิงกรานเรื้อรังได้ หากคุณแม่จำเป็นต้องยกจริง ๆ ควรขอความช่วยเหลือ และค่อย ๆ เพิ่มการใช้งานร่างกายทีละน้อยตามความเหมาะสม
2. ไม่ควรอดอาหาร หรือกินแบบไม่ครบหมู่

คุณแม่หลายคนกังวลเรื่องรูปร่างหลังคลอด จึงเลือกอดอาหารหรือกินน้อยเกินไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะช่วงหลังคลอดร่างกายต้องการพลังงานเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ผลิตน้ำนม และปรับสมดุลฮอร์โมน หากกินอาหารไม่เพียงพอ อาจทำให้คุณแม่อ่อนเพลีย น้ำนมลด ภูมิคุ้มกันต่ำ และฟื้นตัวได้ช้าลง ควรเน้นอาหารให้ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำให้เพียงพอ และเลือกอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
3. ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงให้นมลูก

ในช่วงให้นมลูก ควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากแอลกอฮอล์สามารถผ่านเข้าสู่น้ำนมได้โดยตรง และส่งผลต่อทารกที่ยังมีระบบตับและการกำจัดสารพิษที่ทำงานได้ไม่สมบูรณ์เหมือนผู้ใหญ่ หากทารกได้รับแอลกอฮอล์ผ่านน้ำนม อาจส่งผลต่อพัฒนาการของสมอง การนอนหลับ และพฤติกรรมในระยะยาวได้ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย แนะนำให้คุณแม่งดดื่มแอลกอฮอล์ตลอดช่วงให้นมลูกก่อน
4. ไม่ควรมีเพศสัมพันธ์จนกว่าแผลจะหาย

หลังคลอด ร่างกายของคุณแม่ยังอยู่ในช่วงฟื้นตัว โดยเฉพาะมดลูก ช่องคลอด และแผลจากการคลอดธรรมชาติหรือการผ่าคลอด แพทย์ส่วนใหญ่มักแนะนำให้งดการมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 4–6 สัปดาห์ หรือจนกว่าจะได้รับการยืนยันว่าแผลหายดีแล้ว การมีเพศสัมพันธ์เร็วเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เลือดออกผิดปกติ หรือทำให้ปวดแผลและหายช้าลงได้
5. อย่าละเลยการดูแลแผลหลังคลอด

ไม่ว่าจะเป็นแผลฝีเย็บหรือแผลผ่าคลอด หากดูแลไม่ถูกต้อง อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อและแผลหายช้า พฤติกรรมที่ควรเลี่ยง เช่น ปล่อยให้แผลอับชื้น ใช้ยาหรือสมุนไพรโดยไม่ปรึกษาแพทย์ หรือไม่สังเกตอาการผิดปกติของแผล คุณแม่ควรดูแลความสะอาดของแผลอย่างสม่ำเสมอ และรีบพบแพทย์ทันทีหากมีอาการบวม แดง เจ็บ หรือมีน้ำเหลืองไหลผิดปกติ
6. ไม่ควรรีบออกกำลังกายหักโหมทันที

การออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้จริง แต่การเริ่มเร็วเกินไปหรือออกกำลังกายหนักเกินไป อาจทำให้กล้ามเนื้อและข้อต่อบาดเจ็บ โดยเฉพาะท่าที่ใช้แรงหน้าท้องมาก เช่น ซิทอัพ หรือการกระโดด แนะนำให้เริ่มจากกิจกรรมเบา ๆ เช่น การเดินช้า ๆ หรือกายบริหารหลังคลอดก่อน และค่อย ๆ เพิ่มระดับตามคำแนะนำของแพทย์
7. ไม่ควรใช้ผ้าอนามัยแบบสอด

ในช่วง 4–6 สัปดาห์แรกหลังคลอด คุณแม่ควรเลือกใช้ผ้าอนามัยแบบแผ่นเท่านั้น เนื่องจากช่องคลอดและมดลูกยังมีแผล และมีน้ำคาวปลาไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง การใช้ผ้าอนามัยแบบสอดอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อภายในช่องคลอด ทำให้แผลระคายเคือง หรือขัดขวางการระบายของน้ำคาวปลา ซึ่งไม่เหมาะกับช่วงฟื้นตัวหลังคลอด ควรเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อย ๆ และรักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ
8. ไม่ควรขับรถโดยไม่จำเป็น

ในช่วง 4–6 สัปดาห์แรกหลังคลอด ร่างกายของคุณแม่ยังอ่อนเพลียจากการเสียเลือด การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ และการปรับตัวหลังคลอด ส่งผลให้สมาธิและการตอบสนองอาจลดลง โดยเฉพาะคุณแม่ที่ผ่าคลอด แผลหน้าท้องยังไม่หายดี การขับรถอาจทำให้แผลตึง ปวด หรือกระทบกระเทือนจากการเหยียบเบรกและการบิดตัว ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุได้ หากไม่จำเป็น ควรหลีกเลี่ยงการขับรถ และให้คนในครอบครัวช่วยดูแลในช่วงนี้
9. ไม่ควรเชื่อทุกความเชื่อโดยไม่ตรวจสอบ

เช่น ความเชื่อที่ห้ามอาบน้ำ ห้ามสระผม (เชื่อว่าจะทำให้ป่วยไข้ ไม่สบาย) หรือห้ามกินผักบางชนิด (เช่น ผักชี ตำลึง เพราะเชื่อว่าเป็นของแสลง ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย รู้สึกปวดเมื่อย) ความเชื่อบางอย่างอาจไม่สอดคล้องกับหลักการแพทย์ในปัจจุบัน การงดอาบน้ำหรือสระผมอาจทำให้ร่างกายไม่สะอาด และเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ ก่อนปฏิบัติตามคำแนะนำใด ๆ ควรพิจารณาข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และปรึกษาแพทย์เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และลูกน้อย
สิ่งที่แม่หลังคลอดควรทำ เพื่อฟื้นฟูร่างกายอย่างเหมาะสม

- พักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับและพักผ่อนมีส่วนสำคัญต่อการฟื้นฟูร่างกายหลังคลอด แม้จะพักผ่อนได้ไม่เต็มที่เหมือนเดิมเพราะต้องดูแลลูกน้อย แต่ควรหาโอกาสพักเมื่อมีเวลาว่าง นอนพร้อมลูก หรือขอความช่วยเหลือจากคนในบ้าน เพื่อลดความอ่อนล้าและช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้น
- กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ หลังคลอดร่างกายต้องการสารอาหารเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ผลิตน้ำนม และปรับสมดุลฮอร์โมน คุณแม่ควรกินอาหารให้หลากหลาย ครบทั้งโปรตีน ผัก ผลไม้ คาร์โบไฮเดรต และไขมันดี เพื่อเสริมพลังงานและช่วยให้ร่างกายแข็งแรง
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ การดื่มน้ำช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำ ลดอาการอ่อนเพลีย และมีส่วนช่วยในการผลิตน้ำนม คุณแม่ควรจิบน้ำระหว่างวันอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะคุณแม่ที่ให้นมบุตร
- สังเกตอาการผิดปกติของร่างกาย คุณแม่ควรหมั่นสังเกตอาการผิดปกติ เช่น มีไข้ แผลบวม แดง เจ็บมากขึ้น น้ำคาวปลามีกลิ่นเหม็น หรือเลือดออกผิดปกติ หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
- ไปตรวจหลังคลอดตามแพทย์นัด การตรวจหลังคลอดช่วยให้แพทย์ประเมินการฟื้นตัวของมดลูก แผลคลอด สุขภาพโดยรวม รวมถึงสุขภาพจิตของคุณแม่ การไปตามนัดจะช่วยให้พบปัญหาได้เร็ว และได้รับคำแนะนำในการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม
หลังคลอดคือช่วงเวลาที่ร่างกายและใจของคุณแม่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ พฤติกรรมบางอย่างที่ควรเลี่ยงอาจดูเล็กน้อย แต่มีผลต่อการฟื้นตัวในระยะยาวได้ Cotton Baby อยากให้คุณแม่มือใหม่ค่อย ๆ ดูแลตัวเอง อย่ากดดันตัวเองเกินไปนะคะ เมื่อคุณแม่พร้อมและแข็งแรง การดูแลลูกน้อยก็จะเป็นเรื่องที่มั่นใจมากขึ้น






