ตรวจร่างกายก่อนตั้งครรภ์

ตรวจร่างกายก่อนตั้งครรภ์ป้องกันภาวะเสี่ยงในคนท้อง

เมื่อสามีภรรยาตกลงกันว่าจะมีเบบี๋ โมเมนต์แห่งความสุขและความหวังมักพ่วงมาด้วยความกังวลใจเสมอ เพราะก่อนวางแผนสร้างครอบครัว คู่รักส่วนใหญ่ละเลยการตรวจร่างกายเป็นประจำ ทำให้หลายคนไม่เคยทราบเลยว่าตัวเองป่วยเป็นโรคที่มีผลต่อการตั้งครรภ์ หรือมีปัญหาสุขภาพที่ทำให้ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากภาวะแทรกซ้อนต่างๆ และคลายความกังวลใจซึ่งไม่ดีต่อร่างกายและจิตใจของว่าที่คุณแม่ ทั้งยังบั่นทอนความสัมพันธ์ของชีวิตคู่ลง สิ่งแรกที่สามีภรรยาควรทำก่อนการเปิดอู่อย่างจริงจัง คือจูงมือกันไปปรึกษากุมารแพทย์และ ตรวจร่างกายก่อนตั้งครรภ์’ จะได้รับมือกับความเสี่ยงจากโรคไม่คาดคิดได้อย่างถูกวิธี

5 ความเสี่ยงต้องตรวจ ก่อนวางแผนตั้งครรภ์

ตรวจร่างกายก่อนตั้งครรภ์

ธาลัสซีเมีย

ธาลัสซีเมีย ( Thalassemia) หรือโรคเลือดจาง เป็นโรคติดต่อทางพันธุกรรมที่พบได้มากในประเทศไทย เป็นโรคที่ร่างกายสร้างเม็ดเลือดแดงผิดปกติ สามารถถ่ายทอดสู่ลูกได้ในกรณีที่พ่อหรือแม่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมียีนของโรคอยู่ในร่างกาย หรือมีทั้งคู่ เมื่อลูกคลอดออกมาอาจมีความเสี่ยงเป็นโรคหรือเป็นพาหะ (มียีนของโรคแฝงแต่ไม่แสดงอาการ) ขึ้นอยู่กับยีนของพ่อและแม่ การจะทราบว่าเป็นโรคนี้หรือไม่ต้องดูจากประวัติสุขภาพของคนในครอบครัวทั้งสองฝ่าย รวมถึงอาศัยการตรวจวินิจฉัยเลือดเพื่อวิเคราะห์ปริมาณฮีโมโกลบิน (Hemoglobin) ในเม็ดเลือดแดง หากเป็นโรคหรือเป็นพาหะจริงจะต้องตรวจหาชนิดของโรคต่อไป เพราะแต่ละชนิดมีความรุนแรงต่างกัน เมื่อถ่ายทอดสู่ลูกจะส่งผลให้เจ้าตัวเล็กมีการเจริญเติบโตช้า ตัวซีดหรือเหลือง เหนื่อยหอบง่าย ไม่แข็งแรง ตับและม้ามโต บางกรณีอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต สามีภรรยาที่ต้องการมีลูกต้องรับคำปรึกษาจากผู้ที่มีความเข้าใจโรคเป็นอย่างดี เพื่อประเมินและหาแนวทางป้องกันความเสี่ยง

ตรวจร่างกายก่อนตั้งครรภ์

หัดเยอรมัน

หัดเยอรมัน (Rubella) เป็นโรคที่สามารถติดต่อกันได้ผ่านการสัมผัส และติดต่อผ่านทางระบบทางเดินหายใจ เนื่องจากเชื้อของโรคสะสมตัวอยู่ที่ลำคอ ว่าที่คุณแม่ที่ภูมิคุ้มกันต่ำจึงมีโอกาสได้รับเชื้อจากผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว หากตรวจพบโรคนี้แต่เนิ่นๆ จะสามารถป้องกันโรคได้ตั้งแต่ตอนยังไม่ตั้งครรภ์ ดังนั้นเมื่อรู้ตัวว่ามีภาวะเสี่ยงอยู่แล้ว ควรเข้ามาปรึกษาแพทย์และฉีดวัคซีนป้องกันโรคล่วงหน้าอย่างน้อย 2 เดือน ก่อนที่จะเตรียมตัวตั้งครรภ์  ส่วนกรณีที่เพิ่งมาตรวจพบตอนตั้งครรภ์แล้ว กรมควบคุมโรคให้ข้อมูลว่าจะส่งผลกระทบต่อลูกน้อยมากเป็นพิเศษในช่วงอายุครรภ์ 3-4 เดือน โดยอาจทำให้ทารกพิการ หูหนวก ตาบอด หัวใจรั่ว และมีความผิดปกติทางสมองได้ถึงร้อยละ 25-40 ควรให้แพทย์เข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด