หน้าปก 6 ผลไม้ที่เหมาะสำหรับลูกน้อย

รวม 6 ผลไม้ อุดมด้วยประโยชน์เหมาะสำหรับลูกน้อย

คุณแม่มือใหม่รู้หรือไม่ว่า การเสริมสร้างพัฒนาการลูกน้อยวัยแรกเกิดจนถึงช่วงวัยตั้งไข่ ไม่ได้มีเพียงแต่การทำกิจกรรมหรือพูดคุยเพื่อเสริมทักษะการเรียนรู้เท่านั้น อาหารก็เป็นสิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ ไม่แพ้กัน

สำหรับทารกแรกเกิดจนถึง 6 เดือนแรก น้ำนมจากแม่มีประโยชน์มหาศาลกับลูกน้อย หลังพ้นระยะ 6 เดือนสามารถทานอาหารเสริมได้ เพราะฟันน้ำนมจะเริ่มขึ้นมา 2 ซี่ เด็กจะรู้สึกอยากกัดซึ่งระยะนี้สามารถเคี้ยวอาหารเล็ก ๆ ได้แล้ว ผลไม้จึงเป็นหนึ่งในอาหารเสริมให้กับลูกน้อยได้

เริ่มต้นด้วยการคั้นน้ำผลไม้สดก่อน เพราะเด็กคุ้นเคยจากการดูดนมแม่อยู่แล้วจากนั้นค่อยขยับเป็นผสมเนื้อผลไม้เข้ามาทีละนิดเพื่อที่ลูกน้อยจะได้รู้จักการเรียนรู้รสหวานจากผลไม้ซึ่งน้ำตาลฟรุกโตสที่ได้จากผลไม้มีส่วนสัมพันธ์กับพัฒนาของเด็กเล็กด้วย ผลไม้แนะนำสำหรับเด็กน้อยวัย 6-12 เดือนมีดังนี้

ส้ม

ส้ม

‘ส้ม’ เป็นผลไม้ชนิดแรกที่อยากแนะนำให้เจ้าตัวเล็กทาน เพราะมีน้ำเยอะเหมาะแก่การนำมาคั้นเอาน้ำแล้วป้อนให้ลูกน้อย เหมือนเป็นการค่อย ๆ สร้างความคุ้นเคยในการเริ่มทานอย่างอื่นที่ไม่ใช่นมแม่อย่างเดียว เริ่มรับรู้รสอื่นแต่ก็ยังไม่ถึงขนาดเป็นเนื้อก้อน ๆ มาเลย

ทานง่ายแถมรสชาติดีมีวิตามินซีสูงป้องกันไข้หวัด ส้มเป็นผลไม้ที่เป็นเหมือนยาระบายอ่อน ๆ เพราะมีกรดซิกทริคช่วยบรรเทาอาการท้องผูกและช่วยให้ย่อยโปรตีนจากนมดีขึ้นนอกจากนั้นยังสามรถดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีอีกด้วย

กล้วย

กล้วย

ผลไม้ชนิดต่อมาที่เราอยากแนะนำนั่นก็คือ ‘กล้วย’ เป็นที่รู้กันว่ากล้วยเป็นผลไม้ที่ให้คุณประโยชน์มากมายไม่แพ้ผลไม้ชนิดอื่นเลย มีเส้นใยอาหารสูงมีสรรพคุณช่วยในการย่อยอาหารทำให้ระบบขับถ่ายดี มีวิตามินแร่ธาตุอย่างโพแทสเซียม ฟอสฟอรัส

โดยเฉพาะในกล้วยน้ำว้าสุก สามารถนำกล้วยมาบดหรือยีผ่านตะแกรงจะทำให้มีน้ำมากหน่อยแต่ยังมีความหนืดของเนื้อผลไม้อยู่อาจจะเริ่มจาก 2-3 ชิ้นเล็ก ๆ ก่อนก็ได้ เสร็จแล้วตักป้อนให้กับลูกน้อย เด็กจะเริ่มเรียนรู้ทักษะการใช้กล้ามเนื้อลิ้นตวัดอาหารและเพดานปากจะทำให้สามารถกลืนอาหารได้อย่างไม่สำลัก

มะละกอ

มะละกอ

มะละกอ’ เป็นผลไม้ที่มีกิตติศัพท์เรื่องแก้อาการท้องผูก สรรพคุณเด่นคือยาระบายชั้นดีเพราะช่วยในการทำงานของระบบย่อยอาหาร แนะนำควรเป็นมะละกอสุกนำมาบดหรือหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ สำหรับตัดเป็นชิ้นเล็กให้คุณลูกเคี้ยวอาจจะเริ่มกับลูกน้อยที่มีอายุ 8-10 เดือนขึ้นไป สารวิตามินแร่ธาตุในมะละกอยังช่วยเสริมสร้างความจำและบำรุงสมองเพื่อให้คุณลูกมีการพัฒนาได้ดีมากขึ้นอีกด้วยนะ

มะม่วงสุก

มะม่วงสุก

สำหรับผลไม้ที่ให้รสหวานฉ่ำอมเปรี้ยวหน่อยที่แนะนำคือ ‘มะม่วงสุก’ เป็นผลไม้ที่ขึ้นชื่อเรื่องเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยบำรุงสายตา เพราะเป็นแหล่งรวมของวิตามินเอจำนวนมากแถมยังมีสารแอนติออกซิแดนท์ที่ช่วยในเรื่องการป้องกันเซลล์เสื่อมส่งผลให้มีสุขภาพผิวที่ดีเพราะเป็นเหมือนตัวช่วยในการฟื้นฟูผิวด้วย

นอกจากนั้นคนที่รับประทานมะม่วงสุกเป็นประจำยังช่วยรักษาระดับอัลคาไลน์ เพราะในมะม่วงมีกรดซิ-ตริกที่รักษาค่า pH ให้อยู่ในระดับค่าปกติป้องกันไม่ให้เกิดภาวะเลือดเป็นกรดเรื้อรังทั้งยังช่วยให้ออกซิเจนไฟลไปทั่วร่างกายได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับเด็กน้อยควรใช้วิธีการบดมีเนื้อนิดหน่อยแล้วตักป้อนคู่กับน้ำผลไม้ก็ได้

แตงโม

แตงโม

ต่อมาเป็นผลไม้น้ำเยอะมีฤทธิ์เย็นดับกระหายได้ดีอย่าง ‘แตงโม’ ขึ้นชื่อเรื่องช่วยในการขับถ่ายและระบบย่อยอาหารได้ดีเนื่องจากมีไฟเบอร์สูง มีสชาติหวานอร่อยเด็ก ๆ ชอบทานแต่ต้องระวังเมล็ดสีดำที่มาพร้อมกับเนื้อแดงฉ่ำด้วยหากให้คุณลูกทานไม่ระวังอาจจะติดหลอดลมได้

คุณแม่ควรนำเมล็ดแตงโมออกก่อนแล้วนำเนื้อมาบดให้ลูกน้อยทาน การรับประมานแตงโมที่เพียงพอต่อวันยังช่วยเรื่องการพัฒนาสมองด้านการเรียนรู้อีกด้วย อาจช่วยในเรื่องของความจำดีเช่นกัน นอกจากนั้นยังมีสารไลโคปีนที่มีส่วนช่วยเรื่องจอประสาทตาให้ดวงตาของเด็ก ๆ มีการทำงานที่ดีและยังมีวิตามินเอ วิตามินซีที่อยู่ในแตงโมช่วยให้ผิวพรรณสดใสสร้างคอลลาเจนให้กับชั้นผิวอีกด้วย

อโวคาโด

อโวคาโด

สำหรับผลไม้อย่างสุดท้ายที่แนะนำก็คือ ‘อโวคาโด’ ผลไม้เมืองหนาวที่ให้คุณประโยชน์และแหล่งพลังงานที่ดี อุดมไปด้วยวิตามินอีและกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกายมีคุณสมบัติในการช่วยลดไขมันเลวในหลอดเลือดจึงช่วยปกป้องการสะสมไขมันในเส้นเลือดได้ ดังนั้นคุณแม่ควรจำกัดปริมาณในการกินให้ลูกน้อย นอกจากนั้นยังมีโปรตีนสูงแต่เป็นโปรตีนที่ย่อยง่ายมีเส้นใยอาหารสูงจึงช่วยเรื่องการขับถ่ายได้เป็นอย่างดีเช่นกับผลไม้ชนิดอื่น

นอกจากนั้น อโวคาโดยังช่วยป้องกันโรคที่เกิดจากเลือดออกตามไรฟันอีกด้วย คุณแม่สามารถนำเนื้ออโวคาโดมาบด ๆ หรือใส่เครื่องปั่น เติมน้ำนิดเหนื่อยเพื่อไม่ให้เป็นเนื้อแน่นเกินไป เหมาะกับลูกน้อยวัย 10-12 เดือน ด้วยว่าวัยนี้ฟันน้ำนมจะขึ้นเยอะมากกว่าเดิมแล้ว อาจจะหั่นเป็นลูกเต๋าหรือทำเป็นแท่งเล็ก ๆ ให้ลูกจับถือกินเองก็ได้และควรกินประมาณ 2-4 ช้อนโต๊ะเท่านั้น

SHARE

RELATED POSTS

ต้อนรับวันฮาโลวีน ด้วย 13 คอสตูมสุดน่ารักให้เจ้าตัวเล็ก…
กันไว้ดีกว่าแก้ กับท่าออกกำลังกายป้องกันอาการมดลูกต่ำ หลังจากคลอดลูก คุณแม่หลายคนมักจะเจอปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพต่าง…